บทคัดย่อ:จากเด็กหนุ่มหัวดื้อ สู่เศรษฐีพันล้านที่ไม่มีใครรู้จักตัวจริง!
ลองจินตนาการดูว่าคุณตื่นเช้ามาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง ใช้ชีวิตได้ตามใจปรารถนา และมีทรัพย์สินมากพอที่จะใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด... เขาคนนี้ทำได้จริง!
เทะสุตะ ชายหนุ่มจากโตเกียว ผู้ปิดบังตัวตนแต่เปิดเผยความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนเงินเก็บจากงานพาร์ทไทม์ให้กลายเป็น สินทรัพย์กว่า 5.2 พันล้านเยน (ประมาณ 1,460 ล้านบาท) เขาคือใคร? เขาทำได้อย่างไร? และอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เขาก้าวจาก 0 สู่เศรษฐีพันล้านได้อย่างน่าเหลือเชื่อ?
เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะเรื่องราวต่อไปนี้ไม่ใช่แค่การเดินทางของนักเทรดหุ้นธรรมดา แต่มันคือ บทเรียนชีวิต ที่อาจเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับการลงทุนไปตลอดกาล!
จุดเริ่มต้นจากครอบครัวขัดสน สู่ฝันที่ยิ่งใหญ่
เทะสุตะเกิดในครอบครัวข้าราชการที่ไม่ได้มีฐานะทางการเงินมั่นคง เขาเห็นพ่อแม่ทำงานหนักเพื่อเงินเดือนประจำและรู้สึกชัดเจนว่า “เขาไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร” นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจหางานพาร์ทไทม์ทำตั้งแต่ยังเรียนอยู่ โดยเก็บออมเงินทุกเยนอย่างประหยัด แม้ในตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะนำไปทำอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ ๆ คือ เขาต้องการสร้างชีวิตที่แตกต่างจากพ่อแม่ให้ได้!
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้บังเอิญเดินผ่านร้านหนังสือ และหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นได้เตะตาเขาเข้าอย่างจัง เขาจึงตัดสินใจซื้อมาอ่านและศึกษาด้วยตัวเอง ซึ่งนั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตของเขา
จากความคิดติดลบ สู่เส้นทางนักเทรดหุ้นมืออาชีพ
ก่อนหน้านั้นเทะสุตะเคยมีภาพลบเกี่ยวกับการเทรดหุ้น เขามองว่ามันเป็นสิ่งที่เสี่ยงและเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่เมื่อเขาได้อ่านบล็อกของนักลงทุนหลายคนที่สามารถทำเงินได้จริงจากการเทรด ไม่ว่าจะเป็นกำไรหลักหมื่นเยนต่อวัน หรือหลักล้านเยนต่อเดือน มันจุดประกายความคิดของเขาทันทีว่า “นี่คือหนทางที่จะทำให้เขารวยได้โดยไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร!”
เขาจึงตัดสินใจใช้เงินเก็บหลายล้านเยนทั้งหมดที่มีเริ่มต้นเส้นทางการเป็นเทรดเดอร์อย่างจริงจัง
ความล้มเหลวในเดือนแรก และการพลิกเกมอย่างชาญฉลาด
เส้นทางเทรดของเทะสุตะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในเดือนแรกเขาสูญเสียเงินไปกว่า 300,000 เยน และ 100,000 เยน ในเดือนถัดมา แต่แทนที่จะล้มเลิกความตั้งใจ เขากลับใช้ความผิดพลาดเหล่านั้นเป็นบทเรียน และปรับกลยุทธ์ใหม่
จนกระทั่งเดือนที่สาม เขาสามารถพลิกเกมกลับมาทำกำไรได้ถึง 500,000 เยนต่อเดือน และยังสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องจนถึงหลักล้านเยนต่อเดือน ความสำเร็จนี้มาจากการที่เขา เรียนรู้จากความผิดพลาดและไม่ยอมแพ้
การเติบโตของพอร์ตที่น่าทึ่ง
หลังจากเข้าสู่ตลาดหุ้นในปี 2006 เทะสุตะสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยการเติบโตของพอร์ตเป็นดังนี้:
ความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนวิธีการเทรด
หลังจากพักเบรกไป เทะสุตะกลับมาเทรดอีกครั้งในปี 2016 แต่เพียงสัปดาห์แรกเขาก็ขาดทุนไปถึง 100 ล้านเยน ซึ่งนับว่าเป็น การสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการเทรดของเขา
เขายอมรับว่าความผิดพลาดนี้เกิดจาก การไม่ยอม Cut Loss และการหมด Passion ในการเป็น Day Trader จึงทำให้เขาตัดสินใจ เปลี่ยนจาก Day Trade มาเป็น Swing Trade และ Long-term Trading ซึ่งทำให้เขาจัดการกับความเสี่ยงได้ดีขึ้นและไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดทั้งวัน
เคล็ดลับความสำเร็จของเทะสุตะ
จาก 0 สู่ 1,460 ล้านบาท: ความสำเร็จที่ได้มาจากความมุ่งมั่นและความคิดนอกกรอบ
เทะสุตะ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานชีวิตหรือการศึกษา แต่ขึ้นอยู่กับ ความคิดนอกกรอบ การเรียนรู้จากความล้มเหลว และความไม่ยอมแพ้
จากเด็กหนุ่มที่เติบโตมาในครอบครัวที่ขัดสนทางการเงิน วันนี้เขากลายเป็นเทรดเดอร์ผู้ครอบครองสินทรัพย์มูลค่ากว่า 5.2 พันล้านเยน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเทรดทั่วโลก
การเทรดไม่ใช่แค่เรื่องของการคาดเดาราคา แต่คือการเข้าใจจิตวิทยาของตลาดและการจัดการความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด เทะสุตะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยปราศจากความพยายามและการเรียนรู้จากความผิดพลาด”
ขอบคุณข้อมูลจาก YouTube 投資家テスタの思考術【切り抜き】
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
เทรดสั้น (Short Trade) เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำกำไรเร็ว และสามารถรับมือกับความเสี่ยงสูงได้ เทรดยาว (Long Trade) เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว ไม่ต้องการเฝ้าตลาดตลอดเวลา
ประเภทของความเสี่ยงในการลงทุน 1. ความเสี่ยงจากตลาด (Market Risk) 2. ความเสี่ยงจากธุรกิจ (Business Risk) 3. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) 4. ความเสี่ยงจากสภาพคล่อง (Liquidity Risk)
กฎข้อที่หนึ่ง: ทำแผนภูมิให้เรียบง่าย โดยใช้อินดิเคเตอร์เพียงหนึ่งหรือสองตัวเท่านั้น กฎข้อที่สอง: ค่อย ๆ เพิ่มขนาดตำแหน่ง (Lot) กฎข้อที่สาม: ต้องมีแผนการเทรดอยู่เสมอ กฎข้อที่สี่: ไม่เทรดตาม “Copy Trade” แบบสุ่มสี่สุ่มห้า
บทวิเคราะห์ทองคำ
Vantage
Pepperstone
FxPro
HFM
ATFX
FP Markets
Vantage
Pepperstone
FxPro
HFM
ATFX
FP Markets
Vantage
Pepperstone
FxPro
HFM
ATFX
FP Markets
Vantage
Pepperstone
FxPro
HFM
ATFX
FP Markets