บทคัดย่อ:บทความนี้อธิบายความหมายและความสำคัญของ Spread ซึ่งเป็นต้นทุนพื้นฐานในการเทรด Forex ที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask และเป็นรายได้หลักของโบรกเกอร์ ค่า Spread ส่งผลต่อผลลัพธ์การเทรดโดยตรง โดยเฉพาะนักเทรดมือใหม่และสายเทรดสั้น บทความชี้ให้เห็นว่า การไม่เข้าใจ Spread อาจทำให้เสียเปรียบตลาดโดยไม่รู้ตัว พร้อมอธิบายประเภทของ Spread และความสัมพันธ์กับกลยุทธ์การเทรด เพื่อให้นักเทรดสามารถวางแผนและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มต้น

เวลาที่มือใหม่เริ่มเปิดกราฟ Forex และกดออเดอร์ครั้งแรก หลายคนมักโฟกัสแค่ว่า “ราคาจะขึ้นหรือจะลง” แต่มีต้นทุนหนึ่งที่เกิดขึ้นทันทีตั้งแต่ยังไม่ทันลุ้นกำไร นั่นก็คือ Spreads
แอดเหยี่ยวบอกได้เลยว่า ถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ต่อให้วิเคราะห์กราฟเก่งแค่ไหน ก็มีโอกาสเสียเปรียบตลาดโดยไม่รู้ตัว
Spreads คือ ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask ของคู่เงินในตลาด Forex
พูดง่าย ๆ คือ ราคาซื้อกับราคาขายไม่ได้เท่ากัน และช่องว่างระหว่างสองราคานี้แหละ ที่เรียกว่า Spread
ทันทีที่คุณเปิดออเดอร์ ไม่ว่าจะ Buy หรือ Sell พอร์ตของคุณจะติดลบเล็กน้อยทันที เพราะต้อง “จ่ายค่า Spread” ให้โบรกเกอร์ก่อน นี่คือเหตุผลที่หลายคนเปิดออเดอร์แล้วเห็นตัวเลขติดลบทันที ทั้งที่ราคายังไม่ขยับไปไหน
ในตลาด Forex โบรกเกอร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งคำสั่งซื้อขาย ส่วนหนึ่งของรายได้โบรกเกอร์ก็มาจาก Spread
ยิ่งคู่เงินไหนมีสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD หรือ GBP/USD ค่า Spread มักจะต่ำ เพราะมีผู้ซื้อผู้ขายจำนวนมาก
ในทางกลับกัน คู่เงินที่มีสภาพคล่องต่ำ หรือช่วงที่ตลาดผันผวนแรง เช่น ตอนข่าวใหญ่ ค่า Spread จะกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับมือใหม่ ค่า Spread เป็นต้นทุนที่กระทบผลลัพธ์การเทรดมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะคนที่เทรดสั้นหรือ Day Trade
ถ้า Spread สูงเกินไป คุณต้องให้ราคาวิ่งไกลกว่าปกติถึงจะเริ่มมีกำไร นั่นหมายความว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันที
แอดเหยี่ยวเจอนักเทรดจำนวนไม่น้อยที่วิเคราะห์ถูกทาง แต่กำไรน้อยหรือขาดทุน เพราะไม่เคยคำนวณต้นทุนจาก Spread เข้าไปในแผนเทรดเลย
โดยทั่วไป Spread จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะหลัก
แบบแรกคือ Fixed Spread ซึ่งคงที่ ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน
แบบที่สองคือ Floating Spread ที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด ซึ่งมักพบในบัญชี ECN
ไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบไหนเสมอไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ หากเข้าใจธรรมชาติของ Spread ก็จะเลือกใช้ได้เหมาะสมมากขึ้น
ถ้าคุณเป็นสายเทรดสั้น เข้าเร็วออกเร็ว ค่า Spread จะเป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะต้นทุนต่อออเดอร์สูงขึ้นทันที
แต่ถ้าเป็นสาย Swing Trade หรือถือยาว ค่า Spread อาจมีผลน้อยลงเมื่อเทียบกับระยะทางของราคา
นี่คือเหตุผลที่เทรดเดอร์มืออาชีพจะเลือกโบรกเกอร์และประเภทบัญชีให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ ไม่ใช่ดูแค่โปรโมชั่นหรือโบนัส
Spreads ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นพื้นฐานที่นักเทรด Forex ทุกคนต้องเข้าใจให้ชัด เพราะมันคือต้นทุนที่คุณจ่ายทุกครั้งที่กดออเดอร์ เมื่อคุณรู้ว่า Spread คืออะไร เกิดขึ้นตอนไหน และส่งผลต่อกลยุทธ์อย่างไร คุณจะวางแผนเทรดได้แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น และไม่ตกใจเวลาพอร์ตติดลบตั้งแต่เริ่ม
แอดเหยี่ยวอยากให้มองว่า การเทรดที่ดีไม่ได้เริ่มจากการหาสัญญาณเทพ แต่เริ่มจากการเข้าใจต้นทุนทุกบาทที่คุณต้องจ่ายตั้งแต่ก้าวแรกในตลาด Forex
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


บทความนี้อธิบายว่า MT4 (MetaTrader 4) คือแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่แม้เปิดตัวมานาน แต่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความเสถียร ใช้งานง่าย รองรับโบรกเกอร์จำนวนมาก และมีอินดิเคเตอร์รวมถึง EA ให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย MT4 เหมาะทั้งกับมือใหม่และนักเทรดที่เน้นการเทรด Forex อย่างเป็นระบบ แม้จะมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ แต่ยังคงเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ตอบโจทย์การเทรดจริงในปัจจุบัน

บทความนี้กล่าวถึงความเคลื่อนไหวด้านพลังงานของโดนัลด์ ทรัมป์ จากแผนรับมอบน้ำมันจำนวน 30–50 ล้านบาร์เรลจากเวเนซุเอลา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ ดีลดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนเกมพลังงาน แต่ยังเชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงิน และสินทรัพย์เสี่ยง การเพิ่มอุปทานน้ำมันอาจกระทบสมดุลตลาดในระยะสั้น นักเทรดจึงควรจับตาความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นและให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการเก็งกำไรตามข่าว

บทความนี้อธิบายแนวคิดของ Run Trend ในตลาด Forex ซึ่งเป็นช่วงที่ราคามีทิศทางชัดเจนและสร้างโอกาสทำกำไรสูงที่สุดให้กับนักเทรด แม้เป็นช่วงที่ตลาดเอื้ออำนวย แต่นักเทรดจำนวนมากกลับไม่สามารถอยู่ในตลาดได้จนถึงจังหวะทำเงินจริง เนื่องจากความกลัว การขาดวินัย และการจัดการความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสม เนื้อหาชี้ให้เห็นว่า Run Trend ไม่ได้เป็นผลของความแม่นยำในการคาดเดา แต่เป็นผลของความอดทน วินัย และการยึดตามแผนการเทรดอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่ควบคุมอารมณ์และรอจังหวะที่ตลาดให้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากที่สุด จึงเป็นผู้ที่สามารถทำกำไรจาก Run Trend ได้อย่างแท้จริง

บทความนี้เน้นย้ำความสำคัญของความเข้าใจเรื่องเวลาเปิด–ปิดของตลาด Forex ซึ่งเป็นพื้นฐานที่นักเทรดจำนวนมากมองข้าม โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่สภาพคล่องและพฤติกรรมตลาดเปลี่ยนแปลงชัดเจน ตลาด Forex แม้จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่การเคลื่อนไหวของราคาแตกต่างกันตามช่วงเวลาของศูนย์กลางการเงินหลัก การเลือกเทรดโดยไม่เข้าใจโครงสร้างเวลา อาจเพิ่มความเสี่ยงและทำให้เสียโอกาสโดยไม่จำเป็น บทความชี้ให้เห็นว่า การรู้ว่า “ควรเทรดเมื่อไหร่” ช่วยให้บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น ลดการเทรดตามอารมณ์ และทำให้การเทรดมีระบบมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืนในตลาด Forex ระยะยาว
FXCM
FOREX.com
GTCFX
Exness
EC markets
JustMarkets
FXCM
FOREX.com
GTCFX
Exness
EC markets
JustMarkets
FXCM
FOREX.com
GTCFX
Exness
EC markets
JustMarkets
FXCM
FOREX.com
GTCFX
Exness
EC markets
JustMarkets