บทคัดย่อ: ปธ.เฟดแอตแลนตาส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยสูงนานขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
นายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นที่บัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford Graduate School of Business) เมื่อวานนี้ (23 พ.ค.) ว่า นโยบายการเงินของเฟดในปัจจุบันมีประสิทธิภาพน้อยลงในการทำให้เศรษฐกิจคลายความร้อนแรงเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา พร้อมกับเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายบอสติกได้แสดงความพอใจที่เงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มชะลอตัวลงหลังจากที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสแรก แต่เขามองว่าแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะชะลอตัวลงจนแตะเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% นั้น ยังคงเป็นไปอย่างล่าช้า พร้อมกับกล่าวว่า เฟดควรรอเวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังอยู่ในทิศทางขาลง ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
การแสดงความเห็นของนายบอสติกถือเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดรายอื่น ๆ โดยนายฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟดกล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมธนาคารเพื่อการกู้จำนอง (Mortgage Bankers Association) ในรัฐนิวยอร์กเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่า เขาไม่สามารถบอกได้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะชะลอตัวลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% แม้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย.จะออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ก็ตาม พร้อมกับแนะนำให้เฟดดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบระมัดระวัง
ขณะที่นายไมเคิล บาร์ รองประธานเฟดฝ่ายกำกับดูแลกล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นโดยเฟดสาขาแอตแลนตาว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่มีการเปิดเผยในไตรมาส 1 ปีนี้ ไม่ได้ทำให้เขามีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเฟดควรจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน พร้อมกับแนะนำให้เฟดใช้เวลามากขึ้นจนกกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%
ทางด้านนางลอเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์กเมื่อวานนี้ว่า การที่เงินเฟ้อชะลอตัวลงเพียงเล็กน้อยในไตรมาส 1 ปีนี้ รวมทั้งเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด ทำให้เธอคิดว่าเฟดควรจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น
ทั้งนี้ การประชุมครั้งต่อไปของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟ (FOMC) จะมีขึ้นในวันที่ 11 – 12 มิ.ย.
ขอบคุณสำนักข่าวอินโฟเควสท์
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
บทความนี้สำรวจ 5 ประเทศที่เป็นศูนย์กลางการซื้อขายเงินตราระดับโลก ได้แก่: สหราชอาณาจักร (ลอนดอน) – ศูนย์กลางอันดับหนึ่งของโลก มีสภาพคล่องสูงสุดเพราะเชื่อมโยงตลาดเอเชียและอเมริกา สหรัฐอเมริกา (นิวยอร์ก) – ฐานหลักของดอลลาร์สหรัฐ และได้รับอิทธิพลจากนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ สิงคโปร์ – ศูนย์กลางการเงินของเอเชีย และประตูสู่ตลาดเอเชียแปซิฟิก ฮ่องกง – เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน และเป็นศูนย์กลางการซื้อขายเงินหยวนนอกประเทศจีน ญี่ปุ่น (โตเกียว) – ฐานหลักของเงินเยน และได้รับอิทธิพลจากนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น การเข้าใจโครงสร้างและลักษณะเฉพาะของตลาดเหล่านี้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและวางกลยุทธ์การซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมสรรพากรสหรัฐฯ เลิกจ้างพนักงานราว 6,000 ตำแหน่งตามนโยบายทรัมป์
บทวิเคราะห์ทองคำ
ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก
FXTM
Exness
DBG Markets
GMI
TMGM
ATFX
FXTM
Exness
DBG Markets
GMI
TMGM
ATFX
FXTM
Exness
DBG Markets
GMI
TMGM
ATFX
FXTM
Exness
DBG Markets
GMI
TMGM
ATFX