บทคัดย่อ:บทความนี้วิเคราะห์พฤติกรรมราคา Bitcoin ในช่วงต้นปีจากสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่าสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมมักให้ภาพเชิงบวกที่สร้างความหวังแก่นักเทรด แต่หลายครั้งกลับจบเดือนด้วยความผันผวนหรือการปรับฐานรุนแรง โดยเฉพาะในปีหลังช่วง Bull Run ผู้เขียนชี้ว่าแม้วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin ยังมีอิทธิพล แต่โครงสร้างตลาดปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปจากปัจจัยใหม่ บทเรียนสำคัญไม่ใช่การท่องจำสถิติ แต่คือการมีแผน วินัย และไม่ตัดสินใจจากอารมณ์หรือ FOMO ในช่วงต้นปีที่เต็มไปด้วยกับดักทางจิตวิทยา

ทุกต้นปี ตลาดมักเต็มไปด้วยความหวัง เงินใหม่ และคำว่า “ปีนี้ต้องดีกว่าเดิม” Bitcoin ก็ไม่ต่างกัน กราฟช่วงต้นเดือนมกราคมมักเปิดมาด้วยแท่งเขียวสวย ๆ จนทำให้นักเทรดจำนวนมากรู้สึกว่า โอกาสกำลังมาแล้ว
แต่แอดเหยี่ยวอยากชวนมองให้ลึกกว่านั้น เพราะถ้าเปิดดูสถิติย้อนหลัง จะพบว่า ต้นปีที่ดูสดใส อาจเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดของปีสำหรับนักเทรด โดยเฉพาะคนที่ตัดสินใจจากอารมณ์มากกว่าข้อมูล
เมื่อย้อนดูข้อมูลราคา Bitcoin ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากคือ สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม Bitcoin มักปรับขึ้นเกือบทุกปี ภาพนี้สร้างความมั่นใจให้ตลาดอย่างมาก ทั้งนักลงทุนหน้าใหม่และนักเทรดที่เพิ่งกลับมาจากช่วงวันหยุด ต่างเชื่อว่ากระแสขาขึ้นกำลังเริ่มต้นอีกครั้ง แต่ปัญหาคือ… ตลาดไม่ได้หยุดแค่สัปดาห์แรก
เมื่อขยายมุมมองไปถึง “ราคาปิดสิ้นเดือนมกราคม” ภาพกลับเปลี่ยนทันที หลายปีที่สัปดาห์แรกเป็นบวก กลับจบเดือนด้วยการปรับฐานรุนแรง โดยเฉพาะปีที่อยู่ในช่วงหลัง Bull Run
ในบางปี ราคา Bitcoin แกว่งแรงระดับ 20–30% ภายในเดือนเดียว นี่คือเหตุผลที่นักเทรดสายประสบการณ์เรียกช่วงนี้ว่า “กับดักสัปดาห์แรกของปี” ตลาดใช้แท่งเขียวช่วงต้นเดือนดึงคนเข้ามา ก่อนปล่อยแรงขายตามมาอย่างเงียบ ๆ
หากอิงตามวัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin ปี 2026 จะมีโครงสร้างใกล้เคียงกับปี 2022 ซึ่งเป็นปีหลังจุดพีคของตลาด
สถิติในอดีตชี้ชัดว่า ปีลักษณะนี้มักเป็นปีที่ “ผันผวนมาก และไม่ใจดีกับคนไล่ราคา”
แต่แอดเหยี่ยวขอย้ำว่า ปี 2026 ไม่ใช่ปีธรรมดา ตลาดวันนี้มีตัวแปรใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งการเข้ามาของสถาบัน Spot ETF และกรอบกฎหมายที่ชัดขึ้น นั่นหมายความว่า วัฏจักรเดิมอาจไม่หายไป แต่กำลัง “เปลี่ยนรูปแบบ”
บทเรียนสำคัญจากสถิติ 10 ปี ไม่ใช่การบอกว่า “มกราคมต้องขาย” หรือ “ต้นปีต้องซื้อ” แต่คือการเตือนนักเทรดว่าตลาดต้นปีเต็มไปด้วยกับดักทางจิตวิทยา
สีเขียวช่วงต้นเดือนอาจไม่ใช่สัญญาณของขาขึ้น และการปรับฐานแรงก็ไม่ได้แปลว่าตลาดพัง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีแผน มีวินัย และไม่ตัดสินใจเพราะความกลัวตกรถ (FOMO)
.
แอดเหยี่ยวมองว่า ต้นปีคือช่วง “วัดคุณภาพนักเทรด” มากกว่าช่วงทำกำไร ใครที่รีบ ใครที่เชื่อกราฟระยะสั้นโดยไม่ดูบริบท มักเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
แต่คนที่รอเป็น รู้จังหวะ และเข้าใจธรรมชาติของตลาด จะอยู่รอดและพร้อมกว่าในช่วงที่โอกาสจริง ๆ มาถึง
ตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่รีบที่สุด แต่มักให้รางวัลกับคนที่ อ่านเกมออก และไม่หลงกับภาพลวงตาของแท่งเขียวต้นปี
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์ทิศทางราคา Bitcoin จากมุมมองของ John Bollinger ผู้สร้าง Bollinger Bands โดยชี้ถึงภาวะ Bollinger Band Squeeze ซึ่งสะท้อนความผันผวนที่ลดลงก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ สัญญาณ Breakout เริ่มชัดจากการที่ราคาและค่า %B ทะลุกรอบบน บ่งชี้โอกาสขาขึ้นในระยะถัดไป พร้อมระบุแนวต้านสำคัญที่นักเทรดควรจับตา บทความเน้นย้ำการวางแผนบริหารความเสี่ยง และการติดตามพฤติกรรมราคาอย่างมีวินัยในช่วงตลาดกำลังเลือกทิศทาง

ชื่อของ BTC-e คือหนึ่งในเว็บเทรดที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ไม่ใช่เพราะความล้ำสมัย แต่เพราะมันกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ด้านมืด” ในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล และล่าสุด เรื่องราวนี้กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อ อเล็กซานเดอร์ วินนิค ชายผู้ถูกมองว่าเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ BTC-e ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำสหรัฐฯ

คดีแฮก Bitcoin 25,000 BTC ของผู้ใช้ชื่อ allinvain ในปี 2011 กลายเป็นบทเรียนสำคัญของโลกคริปโต จากความประมาทด้านความปลอดภัย เช่น ไม่ใช้ 2FA และไม่เข้ารหัสกระเป๋าเงิน ทำให้ Private Key ถูกขโมยและไม่สามารถกู้คืนทรัพย์สินได้ เหตุการณ์นี้สะท้อนความจริงว่าในโลกบล็อกเชน ธุรกรรมย้อนกลับไม่ได้ และผู้ถือคริปโตต้องรับผิดชอบความปลอดภัยด้วยตนเอง บทเรียนดังกล่าวจุดประกายให้ชุมชนคริปโตให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้น และย้ำว่า “ความอยู่รอด” สำคัญไม่แพ้กำไร

ซีรีส์ สาธุ 2 สะท้อนความจริงของโลกคริปโตผ่านแนวคิดเรื่อง Seed Phrase หรือวลีลับ 24 คำ ซึ่งเป็นกุญแจหลักในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันใด ๆ Seed Phrase คือจุดกำเนิดของ Private Key และเป็นหัวใจของการเป็นเจ้าของคริปโตอย่างแท้จริง กรณีจริง เช่น การพบ Hardware Wallet ในคดีดัง ยิ่งตอกย้ำว่า เงินไม่ได้อยู่ในอุปกรณ์ แต่อยู่บนบล็อกเชน ซีรีส์จึงไม่ได้เล่าเกินจริง แต่เตือนถึง “อิสรภาพทางการเงิน” ที่มาพร้อมความรับผิดชอบสูงสุด หาก Seed Phrase สูญหายหรือรั่วไหล สิทธิในทรัพย์สินอาจหายไปตลอดกาล
FXTM
ATFX
XM
FOREX.com
FXCM
IC Markets Global
FXTM
ATFX
XM
FOREX.com
FXCM
IC Markets Global
FXTM
ATFX
XM
FOREX.com
FXCM
IC Markets Global
FXTM
ATFX
XM
FOREX.com
FXCM
IC Markets Global