บทคัดย่อ:ค่าเงินบาทเปิดตลาด 10 ส.ค. 2569 ที่ 33.02 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจาก 33.05 บาท หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด Krungthai ประเมินกรอบสัปดาห์นี้ 32.80-33.40 บาท จับตารายงาน CPI สหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 33.02 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ โดยแทบไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้านสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 33.01 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดตลาดวันศุกร์ที่ระดับ 33.05-33.06 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย รายงานว่า เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าทะลุแนวรับสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยแกว่งตัวในกรอบ 32.88-33.07 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะอ่อนค่ากลับมาที่โซน 33.00 บาทอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังคงเข้าซื้อดอลลาร์ในจังหวะย่อตัว
ปัจจัยสำคัญที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาจากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม หรือ Nonfarm Payrolls เดือนกรกฎาคม ลดลงประมาณ 23,000 ราย สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 85,000 ราย ขณะที่อัตราการเติบโตของค่าจ้าง หรือ Average Hourly Earnings ชะลอลงอยู่ที่ 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ด้านอัตราการว่างงานสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.1% ดีกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานที่ลดลงต่อเนื่องเหลือ 61.4%
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบค่าเงินบาทวันนี้ที่ 32.95-33.10 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบสัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม ที่ 32.80-33.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวรับแรกที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ แนวรับถัดไปที่ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านแรกที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์
ด้านกลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.90-33.15 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มองกรอบสัปดาห์นี้ที่ 32.80-33.40 บาทต่อดอลลาร์ และธนาคารกสิกรไทยให้กรอบกว้างกว่าเล็กน้อยที่ 32.80-33.60 บาทต่อดอลลาร์
ข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนแอส่งผลให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed โดยล่าสุดตลาดให้น้ำหนักเพียง 16% ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
นายพูนยังระบุว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทมีกำลังมากขึ้น และในช่วงระยะสั้นเงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นหรือแกว่งตัวในกรอบ sideways หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่กลับมาทวีความรุนแรงจนดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้คือรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ซึ่งหากออกมาตามคาดหรือต่ำกว่าคาด จะสะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงต่อเนื่อง และอาจกดดันให้ตลาดปรับลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ลงอีก
นอกจากนี้ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดโลก
FXTM
XM
FXCM
DBG MARKETS
AVATRADE
GTCFX
FXTM
XM
FXCM
DBG MARKETS
AVATRADE
GTCFX
FXTM
XM
FXCM
DBG MARKETS
AVATRADE
GTCFX
FXTM
XM
FXCM
DBG MARKETS
AVATRADE
GTCFX