บทคัดย่อ:ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2025 ราคาบิตคอยน์ร่วงแรงจาก 126,198 ดอลลาร์ต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์ เหตุผลหลักมาจากความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐฯ การไหลออกจาก Bitcoin ETF และแรงขายจากนักลงทุนรายใหญ่ ตลาดยังได้รับผลกระทบจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ การร่วงครั้งนี้อาจเป็นกระบวนการล้างเลเวอเรจเพื่อเตรียมรอบกระทิงครั้งต่อไป นักลงทุนควรโฟกัสภาพรวม ลดเลเวอเรจ และจับตาการไหลเข้า–ออกของตลาดเพื่อเตรียมรับโอกาสในรอบถัดไป

ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2025 ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเรียกได้ว่า “สั่นสะเทือนทั้งระบบ” เพราะบิตคอยน์ (Bitcoin) ร่วงหลุดระดับ 100,000 ดอลลาร์ ก่อนจะดิ่งลงไปต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์ ในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งเดือน ราคายังพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 126,198 ดอลลาร์ อยู่เลย
การร่วงแรงรอบนี้ทำให้กำไรที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปีของนักลงทุนจำนวนมาก “หายไปในพริบตา” โดยเฉพาะ นักลงทุน Bitcoin ที่เข้าตลาดช่วงราคาสูงในเดือนตุลาคม ต่างเจ็บหนักถ้วนหน้า
แต่คำถามสำคัญคือ… อะไรทำให้ราคาบิตคอยน์ร่วงแรงขนาดนี้? วันนี้แอดเหยี่ยวจะเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุด
สัญญาณจากฝั่งธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คือปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนเดาเกมไม่ถูก เดิมท้องตลาดมองว่าจะ “ลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคม” แต่ตอนนี้ความเป็นไปได้ลดลงเหลือน้อยกว่า 50% ทำให้ นักลงทุน Bitcoin และนักลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงหันมาถือเงินสดแทน เมื่อความเสี่ยงสูง และความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น บิตคอยน์จึงถูกเทขายหนักเป็นพิเศษ
ความกดดันไม่ได้มาจากนักลงทุนทั่วไปเท่านั้น เพราะฝั่งกองทุน Spot Bitcoin ETF ก็เทขายออกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนที่มีเงินไหลออกมากกว่า 2,800 ล้านดอลลาร์ ทำให้ราคาถูกกดดันหนักมาก
กองทุนรายใหญ่ที่ถือ Bitcoin จำนวนมหาศาลอย่างบริษัทของ Michael Saylor ก็เริ่มถูกตั้งคำถาม เพราะราคาหลุดระดับต้นทุนเฉลี่ยในหลายรอบที่เข้าซื้อ เมื่อกองทุนขยับ ตลาดทั้งระบบจึงสั่นสะเทือน
อย่าลืมว่าเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตลาดเพิ่งล้มทั้งยืนไปหนึ่งรอบ มูลค่าคริปโตหายไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ และถูก Liquidate มหาศาลกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้รายย่อยหลายคน “หายไปจากตลาด” จนสภาพคล่องลดลงตามไปด้วยแรงซื้อที่เคยช่วยพยุงตลาด… วันนี้แทบไม่เหลือ
ฝั่งตลาดออปชันบ่งบอกความกังวลได้อย่างชัดเจน เพราะนักเทรดแห่ซื้อสัญญา Put ที่ระดับ 85,000 และ 80,000 ดอลลาร์อย่างหนาแน่น หมายความว่าหลายคนยังมองว่าบิตคอยน์ “มีโอกาสลงต่อ” สัญญาณแบบนี้ทำให้นักลงทุน Bitcoin ต้องระวังเพิ่มขึ้นอีกขั้น
ไม่ใช่แค่บิตคอยน์ แต่หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่ม AI ก็โดนเทขายหนักเช่นกัน ดัชนี Nasdaq 100 ร่วงกว่า 4.5% ในเดือนนี้ ทำให้เงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั้งระบบ
และต้องเข้าใจว่า…
นักลงทุนรายใหญ่จำนวนมาก “ถือทั้งหุ้นเทคและคริปโตควบคู่กัน”
เมื่อฝั่งหุ้นโดนเทขาย คริปโตก็โดนไปด้วยแบบเลี่ยงไม่ได้
ในขณะที่หลายคนตื่นกลัว แต่ Willem Schroé ซีอีโอ Botanix Labs กลับมองว่า นี่คือสัญญาณปกติของตลาดบิตคอยน์
เขาอธิบายว่า “ทุกวัฏจักรของบิตคอยน์จะมีการร่วง 20–30% เพื่อ ”ล้างเลเวอเรจ“ และทำให้ตลาดพร้อมสำหรับรอบกระทิงครั้งใหม่”
แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ โดยแอดเหยี่ยวก็คือ ช่วงราคาดิ่งแบบนี้คือเวลาที่ระบบ “สลัดคนที่กู้เงินมาเทรด” ออกจากตลาด กำจัดความเสี่ยงระเบิดพอร์ต เมื่อคนกลุ่มนี้หายไป ตลาดจะนิ่งขึ้น และพร้อมสำหรับการกลับตัว
ตอนนี้เป็นช่วงที่ความผันผวนสูง ข้อมูลเศรษฐกิจผันผวน และการตัดสินใจของ Fed จะเป็นตัวกำหนดทิศทางต่อไปอย่างชัดเจน
คำแนะนำสำหรับ นักลงทุน Bitcoin ในมุมของแอดเหยี่ยวคือ:
ตลาดวันนี้อาจดูน่ากลัว แต่ถ้าเข้าใจวัฏจักร ก็อาจเป็นโอกาสของรอบใหม่เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา
ขอบคุณข้อมูลจาก CNBC, Bloomberg และThairath Money
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


บทความนี้วิเคราะห์แรงเทขายรุนแรงในตลาดคริปโตที่ทำให้ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ปรับตัวลงอย่างหนัก พร้อมสัญญาณ panic sell และการ liquidate จากเลเวอเรจจำนวนมาก ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนการไหลออกของเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ท่ามกลางสภาพคล่องโลกที่เปลี่ยนแปลง บทความชี้ว่าช่วงเวลานี้นักเทรดควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง ลดเลเวอเรจ และติดตามทิศทางเงินทุนมากกว่าการไล่ราคา โดยเน้นว่าการปรับฐานรุนแรงอาจเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรตลาด แต่ยังต้องรอให้โครงสร้างตลาดเริ่มนิ่งก่อนประเมินโอกาสรอบใหม่.

บทความนี้อธิบายภาพรวมของเหรียญชิบะอินุ (SHIB) ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นเหรียญมีมที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสชุมชน ก่อนพัฒนาสู่การสร้างระบบนิเวศ เช่น Shibarium และกลไกการเผาเหรียญเพื่อเพิ่มยูทิลิตี้ บทความวิเคราะห์มุมมองของตลาดต่อ SHIB ในปี 2026 ทั้งในฐานะเหรียญมีมและเครื่องมือเก็งกำไร พร้อมชี้ให้เห็นข้อจำกัดด้านอุปทาน ความเสี่ยง และการแข่งขันในตลาดคริปโต สรุปว่า SHIB ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และการลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจทั้งปัจจัยพื้นฐานและอารมณ์ตลาดควบคู่กัน

ในปี 2026 คำถามระหว่างฟอเร็กซ์กับคริปโตเปลี่ยนจากเรื่องผลตอบแทน เป็นเรื่องความเหมาะสมกับผู้เทรดแต่ละคน Forex มีความนิ่งและเป็นระบบมากขึ้น ต้องอาศัยความเข้าใจเศรษฐกิจมหภาคและวินัยสูง ขณะที่คริปโตมีโครงสร้างจริงจังขึ้นแต่ยังผันผวนสูงและแข่งขันรุนแรง ทั้งสองตลาดมีต้นทุนของความผิดพลาดที่สูงกว่าเดิม ตลาดไม่ได้เปลี่ยนนิสัยคน แต่ทำให้นิสัยนั้นชัดขึ้น สุดท้ายไม่ใช่ตลาดไหนดีกว่า แต่ตลาดไหนสอดคล้องกับตัวตนและความพร้อมของผู้เทรดมากกว่า

บทความนี้วิเคราะห์ภาวะตลาดคริปโทที่เปิดสัปดาห์ด้วยความผันผวน หลัง Bitcoin และ Altcoin เผชิญแรงขายจากบรรยากาศ Risk-Off ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับข้อพิพาทเรื่องกรีนแลนด์ บทความชี้ให้เห็นผลกระทบที่ลุกลามสู่ตลาดหุ้นโลก และความเป็นไปได้ที่ Bitcoin จะทดสอบแนวรับสำคัญในระยะสั้น พร้อมเน้นย้ำให้นักเทรดให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และลดการใช้ Leverage ในช่วงที่ทิศทางตลาดยังไม่ชัดเจน
XM
Vantage
TMGM
AVATRADE
HFM
STARTRADER
XM
Vantage
TMGM
AVATRADE
HFM
STARTRADER
XM
Vantage
TMGM
AVATRADE
HFM
STARTRADER
XM
Vantage
TMGM
AVATRADE
HFM
STARTRADER