บทคัดย่อ:บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์ทิศทางราคา Bitcoin จากมุมมองของ John Bollinger ผู้สร้าง Bollinger Bands โดยชี้ถึงภาวะ Bollinger Band Squeeze ซึ่งสะท้อนความผันผวนที่ลดลงก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ สัญญาณ Breakout เริ่มชัดจากการที่ราคาและค่า %B ทะลุกรอบบน บ่งชี้โอกาสขาขึ้นในระยะถัดไป พร้อมระบุแนวต้านสำคัญที่นักเทรดควรจับตา บทความเน้นย้ำการวางแผนบริหารความเสี่ยง และการติดตามพฤติกรรมราคาอย่างมีวินัยในช่วงตลาดกำลังเลือกทิศทาง

การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในช่วงนี้ กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักเทรดทั่วโลก หลัง John Bollinger ผู้สร้างอินดิเคเตอร์ระดับตำนานอย่าง Bollinger Bands ออกมาให้มุมมองเชิงบวกต่อโครงสร้างกราฟ BTC พร้อมชี้ว่าราคากำลังอยู่ในจังหวะสำคัญก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
แอดเหยี่ยวมองว่าความเห็นครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การคาดเดาทั่วไป แต่เป็นการอ่าน “โครงสร้างความผันผวน” ที่นักเทรดสายเทคนิคไม่ควรมองข้าม
ประเด็นสำคัญที่สุดในมุมมองของ John Bollinger คือการเกิดภาวะ Bollinger Band Squeeze ซึ่งเป็นช่วงที่เส้นบนและเส้นล่างของ Bollinger Bands บีบตัวเข้าหากันอย่างชัดเจน สะท้อนว่าความผันผวนของราคาลดลงมาอยู่ในระดับต่ำมาก
ในเชิงสถิติ ภาวะ Squeeze มักเกิดขึ้นก่อนการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง และในรอบนี้ Bitcoin เริ่มส่งสัญญาณว่า “กำลังเลือกฝั่งขาขึ้น”
จากกราฟล่าสุด ราคา Bitcoin ได้ทะลุเส้นขอบบนของ Bollinger Band ขึ้นมา พร้อมกับค่า %B ซึ่งเป็นตัววัดตำแหน่งราคาภายในกรอบ Bollinger Bands พุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.0
สัญญาณลักษณะนี้ มักถูกใช้เป็นการยืนยันว่า Breakout เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่การดีดตัวระยะสั้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดหลังช่วง Squeeze ยาว ๆ แรงซื้อฝั่งขาขึ้นมักจะกลับเข้ามาคุมเกมอย่างชัดเจน
แนวต้านสำคัญที่นักเทรดต้องจับตา
John Bollinger ได้ประเมินแนวต้านขาขึ้นของ Bitcoin ไว้เป็นลำดับขั้น ซึ่งเป็นระดับที่นักเทรดควรใช้เป็นจุดประเมินโมเมนตัม ได้แก่
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า หาก Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือระดับเลข 6 หลักได้อย่างมั่นคง ราคาอาจเผชิญแรงขายและปรับฐานลึกกลับเข้าสู่กรอบเดิมอีกครั้ง
อีกหนึ่งสัญญาณที่สอดคล้องกันคือค่า BandWidth ซึ่งใช้วัดความกว้างของ Bollinger Bands ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน
ภาวะนี้สะท้อนว่า ตลาดอยู่ในช่วง “นิ่งผิดปกติ” และเมื่อรวมกับสัญญาณ Breakout ที่เริ่มปรากฏ โอกาสเกิดการเคลื่อนไหวแรงในระยะถัดไปจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สัญญาณจาก Bollinger Bands รอบนี้ เป็นตัวอย่างคลาสสิกของการที่ “ความผันผวนต่ำ” กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ช่วงที่ตลาดตัดสินใจเลือกทิศทาง
สำหรับนักเทรด ไม่ว่าจะเป็นสายเทคนิค สายสั้น หรือสายถือ สิ่งสำคัญคือ
ณ เวลาที่รายงาน ราคา Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว 93,760 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.84% ภายใน 24 ชั่วโมง (ข้อมูลจาก CoinMarketCap) ซึ่งยังถือว่าอยู่ในช่วงต้นของโซนตัดสินใจ
สุดท้ายแล้ว ตลาดจะเป็นผู้บอกคำตอบเองว่า การ Squeeze รอบนี้ จะนำไปสู่การทะยานสู่ราคา 6 หลักจริงหรือไม่ และนักเทรดที่เตรียมแผนไว้ล่วงหน้า มักจะได้เปรียบเสมอในเกมนี้ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก siamblockchain
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


บทความนี้วิเคราะห์พฤติกรรมราคา Bitcoin ในช่วงต้นปีจากสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่าสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมมักให้ภาพเชิงบวกที่สร้างความหวังแก่นักเทรด แต่หลายครั้งกลับจบเดือนด้วยความผันผวนหรือการปรับฐานรุนแรง โดยเฉพาะในปีหลังช่วง Bull Run ผู้เขียนชี้ว่าแม้วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin ยังมีอิทธิพล แต่โครงสร้างตลาดปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปจากปัจจัยใหม่ บทเรียนสำคัญไม่ใช่การท่องจำสถิติ แต่คือการมีแผน วินัย และไม่ตัดสินใจจากอารมณ์หรือ FOMO ในช่วงต้นปีที่เต็มไปด้วยกับดักทางจิตวิทยา

ชื่อของ BTC-e คือหนึ่งในเว็บเทรดที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ไม่ใช่เพราะความล้ำสมัย แต่เพราะมันกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ด้านมืด” ในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล และล่าสุด เรื่องราวนี้กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อ อเล็กซานเดอร์ วินนิค ชายผู้ถูกมองว่าเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการ BTC-e ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำสหรัฐฯ

คดีแฮก Bitcoin 25,000 BTC ของผู้ใช้ชื่อ allinvain ในปี 2011 กลายเป็นบทเรียนสำคัญของโลกคริปโต จากความประมาทด้านความปลอดภัย เช่น ไม่ใช้ 2FA และไม่เข้ารหัสกระเป๋าเงิน ทำให้ Private Key ถูกขโมยและไม่สามารถกู้คืนทรัพย์สินได้ เหตุการณ์นี้สะท้อนความจริงว่าในโลกบล็อกเชน ธุรกรรมย้อนกลับไม่ได้ และผู้ถือคริปโตต้องรับผิดชอบความปลอดภัยด้วยตนเอง บทเรียนดังกล่าวจุดประกายให้ชุมชนคริปโตให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้น และย้ำว่า “ความอยู่รอด” สำคัญไม่แพ้กำไร

ซีรีส์ สาธุ 2 สะท้อนความจริงของโลกคริปโตผ่านแนวคิดเรื่อง Seed Phrase หรือวลีลับ 24 คำ ซึ่งเป็นกุญแจหลักในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันใด ๆ Seed Phrase คือจุดกำเนิดของ Private Key และเป็นหัวใจของการเป็นเจ้าของคริปโตอย่างแท้จริง กรณีจริง เช่น การพบ Hardware Wallet ในคดีดัง ยิ่งตอกย้ำว่า เงินไม่ได้อยู่ในอุปกรณ์ แต่อยู่บนบล็อกเชน ซีรีส์จึงไม่ได้เล่าเกินจริง แต่เตือนถึง “อิสรภาพทางการเงิน” ที่มาพร้อมความรับผิดชอบสูงสุด หาก Seed Phrase สูญหายหรือรั่วไหล สิทธิในทรัพย์สินอาจหายไปตลอดกาล
OANDA
Exness
FXTM
VT Markets
FXCM
HFM
OANDA
Exness
FXTM
VT Markets
FXCM
HFM
OANDA
Exness
FXTM
VT Markets
FXCM
HFM
OANDA
Exness
FXTM
VT Markets
FXCM
HFM