บทคัดย่อ:คดีโบรกเกอร์ Forex เถื่อนที่ DSI กำลังสอบสวนเผยให้เห็นการใช้บริษัท Offshore และ Payment Gateway เป็นเครื่องมือรับ-โอนเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลและติดตามเส้นทางการเงินได้ยากขึ้น โดยโบรกเกอร์บางรายอ้างจดทะเบียนในต่างประเทศเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แม้บางแห่งจะถูกหน่วยงานต่างประเทศสั่งปิดแล้วก็ตาม กรณีดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงของการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตและขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม จึงควรตรวจสอบใบอนุญาตและความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ก่อนลงทุนทุกครั้งเพื่อลดโอกาสตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงิน.

ทุกครั้งที่มีคดีโบรกเกอร์เถื่อนในไทย แอดเหยี่ยวสังเกตว่ามักมีคำหนึ่งที่ปรากฏในรายละเอียดเสมอ นั่นคือ “จดทะเบียนในต่างประเทศ” หรือ “Offshore” และในคดีนี้ DSI ก็ระบุชัดเจนว่าโบรกเกอร์ในเครือข่ายใช้วิธีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลของกฎหมายไทย
แต่จริงๆ แล้ว Offshore Company คืออะไร ทำงานอย่างไร และทำไมมันถึงกลายเป็นเครื่องมือที่โบรกเกอร์เถื่อนชอบใช้?
Offshore Company คือบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศหรือเขตดินแดนที่มีกฎหมายและภาษีที่เอื้ออำนวยกว่าประเทศที่ดำเนินธุรกิจจริง โดยทั่วไปมักเป็นประเทศเล็กๆ หรือเกาะที่มีกฎระเบียบหละหลวม ภาษีต่ำมากหรือเป็นศูนย์ และไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้นต่อสาธารณะ
ตัวอย่างที่พบบ่อยในโลกการเงิน ได้แก่ หมู่เกาะเคย์แมน หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เซเชลส์ วานูอาตู และเบลีซ
สิ่งสำคัญที่แอดเหยี่ยวอยากให้เข้าใจก่อนคือ Offshore Company ไม่ได้ผิดกฎหมายโดยตัวมันเอง บริษัทใหญ่ระดับโลกหลายแห่งใช้โครงสร้าง Offshore เพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ปัญหาอยู่ที่การนำ Offshore มาใช้เพื่อหลบเลี่ยงการกำกับดูแลและปิดบังตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่โบรกเกอร์เถื่อนทำ
มีเหตุผลที่ชัดเจน 4 ข้อที่ทำให้ Offshore กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของโบรกเกอร์เถื่อน
เมื่อบริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยและ DSI ไม่มีอำนาจโดยตรงในการปิดบริษัทหรืออายัดทรัพย์สินในต่างประเทศ ต้องผ่านกระบวนการความร่วมมือระหว่างประเทศซึ่งใช้เวลานาน
ในหลายประเทศ Offshore ไม่มีการบังคับเปิดเผยชื่อผู้ถือหุ้นต่อสาธารณะ ทำให้ยากมากที่จะระบุว่าใครเป็นเจ้าของแท้จริง
การมีชื่อบริษัทพร้อมที่อยู่ในต่างประเทศและเลขทะเบียนบริษัทที่ดูเป็นทางการ ทำให้หน้าตาดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาของเหยื่อที่ไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด
บางประเทศ Offshore สามารถจดทะเบียนบริษัทได้ในเวลาไม่กี่วันและค่าใช้จ่ายไม่กี่พันดอลลาร์ ทำให้โบรกเกอร์เถื่อนสามารถตั้งบริษัทใหม่ได้ทันทีเมื่อบริษัทเดิมถูกปิด
แอดเหยี่ยวแนะนำวิธีตรวจสอบที่ทำได้เองดังนี้
ค้นหาชื่อโบรกเกอร์ในฐานข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง เช่น FCA ของอังกฤษ ASIC ของออสเตรเลีย หรือ CySEC ของไซปรัส ไม่ใช่เชื่อจากหน้าเว็บของโบรกเกอร์เอง
ถ้าโบรกเกอร์อ้างว่าจดทะเบียนในประเทศที่ไม่มีชื่อเสียงด้านการกำกับดูแลทางการเงิน เช่น เซเชลส์ วานูอาตู หรือหมู่เกาะเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก นั่นคือสัญญาณที่ต้องตั้งคำถาม
หน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งมีรายชื่อโบรกเกอร์ที่ถูกเตือนหรือถูกสั่งห้ามดำเนินการ ค้นหาชื่อโบรกเกอร์ก่อนใช้เสมอ
โบรกเกอร์ที่ถูกต้องจะอนุญาตให้ถอนเงินได้ตามปกติโดยไม่มีเงื่อนไขแปลกๆ
บทเรียนที่ชัดที่สุดจากคดีนี้คือการที่โบรกเกอร์มีชื่อบริษัทและที่อยู่ต่างประเทศไม่ได้แปลว่ามันถูกกฎหมายหรือน่าเชื่อถือ
ในคดีนี้ทนายวิฑูรย์พบว่าโบรกเกอร์บางรายถูกศาลออสเตรเลียสั่งปิดไปแล้ว แต่ยังมีการรับเงินจากเหยื่อรายใหม่อยู่ต่อเนื่อง นั่นพิสูจน์ว่าโครงสร้าง Offshore ทำให้การปิดตัวและหนีความรับผิดชอบทำได้ง่ายมากเพียงใด
สำหรับนักเทรด Forex ทุกคน การตรวจสอบใบอนุญาตจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือก่อนฝากเงินทุกครั้งคือสิ่งที่ข้ามไม่ได้ ไม่ว่าโบรกเกอร์นั้นจะดูน่าเชื่อถือแค่ไหนก็ตาม
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่าไม่มีนโยบายออกใบอนุญาตธุรกิจ Forex และการชักชวนลงทุนหรือให้บริการที่เกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มโค้ช IB โบรกเกอร์ และ Payment Gateway ที่ดำเนินการในไทย ขณะที่นักเทรดรายย่อยที่เทรดด้วยตนเองยังไม่ได้ถูกระบุว่ามีความผิดโดยตรง แต่ต้องรับความเสี่ยงเองหากเกิดปัญหากับโบรกเกอร์ต่างประเทศ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการเข้มงวดในการกำกับดูแลและความจำเป็นที่นักลงทุนต้องเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือและมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ.

หญิงวัย 29 ปีร้องเรียนว่าถูกชักชวนผ่าน TikTok ให้ลงทุน Forex จนสูญเงินกว่า 6.3 ล้านบาท โดยผู้ชักชวนสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการโชว์ไลฟ์สไตล์หรูและผลตอบแทนจากการลงทุน คดีนี้สะท้อนรูปแบบการหลอกลวงที่พบซ้ำในหลายกรณี ซึ่งอาศัยโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือเข้าถึงเหยื่อ DSI ประเมินว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึงหลายพันล้านบาท จึงควรระวังการชักชวนลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูงและขาดการตรวจสอบความน่าเชื่อถืออย่างรอบคอบ.

DSI ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในคดีโบรกเกอร์ Forex นอกระบบ โดยล่าสุดผู้บริหาร QRS Global เข้าพบเจ้าหน้าที่ในฐานะพยานและยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือในการสอบสวนทั้งหมด ขณะเดียวกัน DSI กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงหลายบุคคลและหลายบริษัท รวมถึงธุรกรรมมูลค่า 28 ล้านบาทที่เกิดขึ้นในวันเดียวกัน ทั้งนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือสรุปความผิดกับบุคคลใด คดีจึงยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรอผลการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป.

บทความนำเสนอความคืบหน้าคดีหลอกลวงลงทุน Forex ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของ DSI โดยอ้างอิงคำให้การของผู้เสียหายซึ่งเผยให้เห็นกระบวนการชักจูงผ่านการสอนเทรดฟรี การสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการโชว์กำไร และการผลักดันให้ลงทุนเพิ่มผ่านระบบสมาชิกหลายระดับ นอกจากนี้ยังมีการนำหลักฐานจากคำพิพากษาศาลออสเตรเลียที่สั่งปิดบริษัทโบรกเกอร์ที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการสอบสวน ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่การตรวจสอบว่าระบบถูกออกแบบเพื่อเอาเปรียบผู้ลงทุนหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานะความเป็นผู้เสียหายและแนวทางการดำเนินคดีในอนาคต.
FxPro
HFM
AVATRADE
FXTM
eightcap
TICKMILL
FxPro
HFM
AVATRADE
FXTM
eightcap
TICKMILL
FxPro
HFM
AVATRADE
FXTM
eightcap
TICKMILL
FxPro
HFM
AVATRADE
FXTM
eightcap
TICKMILL