บทคัดย่อ:บทความนี้วิเคราะห์แรงเทขายรุนแรงในตลาดคริปโตที่ทำให้ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่ปรับตัวลงอย่างหนัก พร้อมสัญญาณ panic sell และการ liquidate จากเลเวอเรจจำนวนมาก ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนการไหลออกของเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ท่ามกลางสภาพคล่องโลกที่เปลี่ยนแปลง บทความชี้ว่าช่วงเวลานี้นักเทรดควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง ลดเลเวอเรจ และติดตามทิศทางเงินทุนมากกว่าการไล่ราคา โดยเน้นว่าการปรับฐานรุนแรงอาจเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรตลาด แต่ยังต้องรอให้โครงสร้างตลาดเริ่มนิ่งก่อนประเมินโอกาสรอบใหม่.

ตลาดคริปโตในช่วงเวลานี้กำลังเผชิญกับแรงเทขายที่รุนแรงจนบรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่านี่คือสัญญาณเริ่มต้นของตลาดหมีรอบใหญ่ หรือเป็นเพียงการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ตามวัฏจักรสินทรัพย์เสี่ยง ภายในเวลาไม่นาน ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างหนัก พร้อมกับโครงสร้างกราฟที่แสดงสัญญาณอ่อนแรงต่อเนื่อง ขณะที่มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมลดลงมากกว่าครึ่งภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน สะท้อนแรงขายที่ลึกกว่าการปรับฐานทั่วไป
ในมุมของนักเทรด เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความผันผวนระยะสั้น แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพคล่องและพฤติกรรมเงินทุนระดับโลก บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์ทั้งโครงสร้างเทคนิคของราคา สภาพตลาดโดยรวม รวมถึงความสัมพันธ์กับราคาทองคำที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น
ข้อมูลจากกราฟ BTC/USD แสดงให้เห็นว่าราคา Bitcoin เคยร่วงลงแตะบริเวณประมาณ 60,200 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยขึ้นมาเคลื่อนไหวแถว 64,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาดังกล่าวมีความผิดปกติหลายประการ โดยเฉพาะแรงขายที่ต่อเนื่องจนทำให้กราฟ 4 ชั่วโมงปิดลบติดต่อกันถึง 11 แท่ง ซึ่งเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นได้ยาก แม้แต่ในช่วงวิกฤตใหญ่ที่ผ่านมา
การเคลื่อนไหวลักษณะนี้สะท้อนถึงการ liquidate ของสถานะเลเวอเรจจำนวนมากมากกว่าการขายทำกำไรทั่วไป เมื่อราคาเริ่มหลุดแนวรับสำคัญ ระบบตัดขาดทุนอัตโนมัติและแรงขายจากตลาดอนุพันธ์จึงเร่งให้ราคาปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน โครงสร้างตลาดเริ่มเปลี่ยนจากช่วงสะสมแรงขายไปสู่ช่วง capitulation ที่นักลงทุนจำนวนมากยอมขาดทุนเพื่อออกจากตลาด
หากมองในภาพใหญ่ มูลค่าตลาดคริปโตลดลงจากระดับประมาณ 4.28 ล้านล้านดอลลาร์ เหลือราว 2.18 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในระยะเวลาเพียงสี่เดือน ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เพียงความผันผวนตามรอบราคา แต่สะท้อนการไหลออกของเงินทุนจริง โดยเฉพาะจากนักลงทุนสถาบันและกองทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงในพอร์ต
ในเวลาเดียวกัน Altcoins ส่วนใหญ่ปรับตัวลงอย่างรุนแรง หลายเหรียญทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบหลายปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่มักเกิดขึ้นในช่วงที่สภาพคล่องในตลาดเริ่มหดตัว และความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงลดลงอย่างชัดเจน
การปรับตัวลงของ Bitcoin รอบนี้มีความเชื่อมโยงกับภาพรวมตลาดการเงินโลกมากกว่าปัจจัยเฉพาะในอุตสาหกรรมคริปโต การเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่อง การปรับพอร์ตของกองทุน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้เงินทุนจำนวนหนึ่งไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและเคลื่อนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
รูปแบบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นผ่านการเคลื่อนไหวของตลาดอื่น ๆ โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งเริ่มได้รับแรงซื้อเพิ่มขึ้นในช่วงที่สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย พร้อมกับบทบาทของทองคำที่กลับมาเป็น safe haven อย่างชัดเจน
ในช่วงที่ตลาดเผชิญความผันผวนสูง นักลงทุนสถาบันจำนวนมากเลือกโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า ทองคำจึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อความผันผวนของคริปโตสูงเกินระดับที่กองทุนส่วนใหญ่ยอมรับได้ การ rebalance พอร์ตจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ในช่วงตลาดกระทิง Bitcoin มักถูกเปรียบเทียบว่าเป็น “digital gold” แต่เมื่อเกิดวิกฤตจริง ความสัมพันธ์ของสินทรัพย์จะเปลี่ยนไป Bitcoin มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ทองคำยังคงรักษาสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลักในระบบการเงินโลก
การที่ Altcoins ส่วนใหญ่ร่วงลงสองหลักพร้อมกันและทำจุดต่ำสุดใหม่จำนวนมาก เป็นสัญญาณที่นักเทรดมักใช้ประเมินภาวะตลาดหมีหรือช่วงสภาพคล่องตึงตัว เพราะสะท้อนการลดความเสี่ยงพร้อมกันของนักลงทุนทั่วตลาด สถานการณ์ลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่เงินทุนใหม่หายไปและแรงซื้อระยะยาวลดลง
สำหรับนักเทรด นี่อาจไม่ใช่ช่วงของการไล่ราคา แต่เป็นช่วงที่ต้องเน้นการบริหารความเสี่ยง การลดเลเวอเรจ และการรอให้โครงสร้างตลาดเริ่มนิ่งก่อนที่จะประเมินโอกาสรอบใหม่
ในระยะสั้น ตลาดยังคงมีความผันผวนสูง การรีบาวด์แรงหรือ short squeeze สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่การเคลื่อนไหวมักขาดเสถียรภาพและมีความเสี่ยงสูง ในระยะกลาง นักเทรดควรจับตาการเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องโลก สัดส่วนการครองตลาดของ Bitcoin และกระแสเงินที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย
ส่วนในระยะยาว ประวัติศาสตร์ตลาดคริปโตแสดงให้เห็นว่าการปรับฐานรุนแรงมักเป็นการรีเซ็ตโครงสร้างเลเวอเรจและสร้างพื้นฐานสำหรับวัฏจักรใหม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกการร่วงแรงจะเป็นจุดต่ำสุดทันที การรอให้แนวโน้มเริ่มนิ่งจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับนักเทรดมืออาชีพ
สถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่เพียงการปรับตัวลงของ Bitcoin แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนโหมดของเงินทุนในตลาดโลก เงินกำลังไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงและเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่ Bitcoin ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม risk-on asset อย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มสูง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าคริปโตจะจบลงหรือไม่ แต่คือสภาพคล่องของตลาดโลกกำลังอยู่ในช่วงใดของวัฏจักร เพราะเมื่อใดที่เงินทุนเริ่มกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง Bitcoin มักเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ฟื้นตัวได้รวดเร็วที่สุด
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ และเนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลข่าวสารและการวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชักชวนหรือแนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์ใด ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก siamblockchain
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


บทความนี้อธิบายภาพรวมของเหรียญชิบะอินุ (SHIB) ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นเหรียญมีมที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสชุมชน ก่อนพัฒนาสู่การสร้างระบบนิเวศ เช่น Shibarium และกลไกการเผาเหรียญเพื่อเพิ่มยูทิลิตี้ บทความวิเคราะห์มุมมองของตลาดต่อ SHIB ในปี 2026 ทั้งในฐานะเหรียญมีมและเครื่องมือเก็งกำไร พร้อมชี้ให้เห็นข้อจำกัดด้านอุปทาน ความเสี่ยง และการแข่งขันในตลาดคริปโต สรุปว่า SHIB ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และการลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจทั้งปัจจัยพื้นฐานและอารมณ์ตลาดควบคู่กัน

ในปี 2026 คำถามระหว่างฟอเร็กซ์กับคริปโตเปลี่ยนจากเรื่องผลตอบแทน เป็นเรื่องความเหมาะสมกับผู้เทรดแต่ละคน Forex มีความนิ่งและเป็นระบบมากขึ้น ต้องอาศัยความเข้าใจเศรษฐกิจมหภาคและวินัยสูง ขณะที่คริปโตมีโครงสร้างจริงจังขึ้นแต่ยังผันผวนสูงและแข่งขันรุนแรง ทั้งสองตลาดมีต้นทุนของความผิดพลาดที่สูงกว่าเดิม ตลาดไม่ได้เปลี่ยนนิสัยคน แต่ทำให้นิสัยนั้นชัดขึ้น สุดท้ายไม่ใช่ตลาดไหนดีกว่า แต่ตลาดไหนสอดคล้องกับตัวตนและความพร้อมของผู้เทรดมากกว่า

บทความนี้วิเคราะห์ภาวะตลาดคริปโทที่เปิดสัปดาห์ด้วยความผันผวน หลัง Bitcoin และ Altcoin เผชิญแรงขายจากบรรยากาศ Risk-Off ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับข้อพิพาทเรื่องกรีนแลนด์ บทความชี้ให้เห็นผลกระทบที่ลุกลามสู่ตลาดหุ้นโลก และความเป็นไปได้ที่ Bitcoin จะทดสอบแนวรับสำคัญในระยะสั้น พร้อมเน้นย้ำให้นักเทรดให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และลดการใช้ Leverage ในช่วงที่ทิศทางตลาดยังไม่ชัดเจน

บทความนี้รายงานความผันผวนรุนแรงของราคา Bitcoin ที่ร่วงลงแตะระดับ 91,800 ดอลลาร์ จากแรงขายในตลาดฟิวเจอร์สและความตื่นตระหนกของนักลงทุน โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ และการล้างโพสิชันฝั่ง Long นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ และกระแสเงินทุน ETF ที่ชะลอตัวยังซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุน ภาพรวมสะท้อนสภาวะ Risk-Off ที่กระทบทั้ง Bitcoin และตลาด Altcoin บทความสรุปว่านี่เป็นช่วงที่นักเทรดควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการไล่ราคา และติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด