บทคัดย่อ:เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการคริปโต หลังมีรายงานกล่าวหาว่า กัมปนาท วิมลโนท อดีตผู้บริหารกองทุน Web3 เกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนผ่านดีลโทเค็นล่วงหน้าในโครงการบล็อกเชนชื่อดัง โดยใช้เอกสารและข้อมูลที่ถูกกล่าวว่าเป็นของปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ปัจจุบันมีผู้เสียหายอย่างน้อย 24 รายจากหลายประเทศ ความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นถึงมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงของดีลคริปโตแบบ Private Allocation และตอกย้ำความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลกับโครงการต้นทางก่อนตัดสินใจลงทุน.

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการคริปโตและเทคโนโลยี หลังเว็บไซต์ต่างประเทศรายงานกรณีของ กัมปนาท วิมลโนท หรือ “จอม” อดีตผู้บริหารกองทุนร่วมลงทุนด้าน Web3 และ AI ที่ถูกนักลงทุนหลายประเทศกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนผ่านดีลคริปโตปลอม
รายงานระบุว่า เขาถูกกล่าวหาว่าใช้ความน่าเชื่อถือจากตำแหน่งหน้าที่และประวัติการทำงานในวงการเทคโนโลยี เพื่อเสนอขายสิทธิ์การลงทุนโทเค็นล่วงหน้า (Token Allocation) ในโครงการบล็อกเชนระดับโลก แต่ภายหลังพบว่าเอกสารบางส่วนเป็นของปลอม และหลายโครงการปฏิเสธว่าไม่เคยเกี่ยวข้อง
ขณะนี้มีผู้เสียหายอย่างน้อย 24 ราย จากหลายประเทศ โดยมูลค่าความเสียหายต่อรายตั้งแต่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ ไปจนถึงมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์
รายงานระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาเคยมีบทบาทในกองทุน Web3 มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ของ KXVC ภายใต้ Kasikornbank และเคยปรากฏตัวในงานเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Singapore FinTech Festival 2024
ความน่าเชื่อถือจากประวัติการทำงานดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการชักชวนนักลงทุน โดยอ้างว่าสามารถเข้าถึงโควตาการลงทุนในโครงการคริปโตชื่อดัง เช่น
นักลงทุนจะได้รับข้อเสนอให้ซื้อโทเค็นล่วงหน้าก่อนเปิดตลาด (Private Allocation) ซึ่งโดยปกติเป็นดีลที่เข้าถึงได้เฉพาะกองทุนหรือ VC
อย่างไรก็ตาม เมื่อนักลงทุนบางรายติดต่อไปยังโครงการโดยตรง กลับพบว่าโครงการเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับดีลดังกล่าว
ข้อมูลจากผู้เสียหายระบุว่า สัญญาการลงทุนที่ได้รับมีลักษณะคล้ายเอกสารจริงของบริษัท VC แต่ถูกดัดแปลงรายละเอียด
เมื่อถึงกำหนดปลดล็อกโทเค็นหรือการจ่ายผลตอบแทน ผู้ถูกกล่าวหามักอ้างเหตุผลด้านเทคนิคหรือสภาวะตลาดเพื่อเลื่อนการจ่าย ก่อนจะขาดการติดต่อในช่วงปลายปี 2025
การตรวจสอบของสื่อระบุว่า จาก 19 โครงการที่ถูกอ้างถึง
ส่วนโครงการอื่น ๆ ส่วนใหญ่ปฏิเสธว่าไม่ได้ให้สิทธิ์ขายโทเค็นแก่บุคคลนี้
หนึ่งในผู้เสียหายคือ “สตีเวน” นักธุรกิจในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
เขาเริ่มลงทุนด้วยเงิน 15,000 ดอลลาร์ หลังจากได้รับเอกสารประกอบที่ดูน่าเชื่อถือและไม่มีข้อพิรุธ
หลังจากนั้นมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นค่าดำเนินการ และแม้แต่การ “ขอยืมเงิน” 2,400 ดอลลาร์ โดยอ้างว่าไม่สามารถเข้าถึงกระเป๋าเงินคริปโตของตัวเองได้ระหว่างการเดินทาง
เมื่อสตีเวนโอนเงินงวดสุดท้าย การติดต่อก็ถูกตัดขาดทันที ทำให้เขาสูญเสียเงินรวมกว่า 130,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4.5 ล้านบาท
ข้อมูลระบุว่า กัมปนาท วิมลโนท ได้พ้นสภาพจาก KXVC ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025
ปัจจุบันเว็บไซต์ของ KXVC ได้ขึ้นประกาศเตือนบนหน้าแรก ระบุว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้ทำงานกับบริษัทแล้ว และเตือนนักลงทุนไม่ให้หลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างชื่อบริษัทเพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
ขณะเดียวกัน ช่องทางติดต่อของเขา เช่น LinkedIn และ Telegram ถูกปิดหรือไม่มีการตอบกลับ และมีรายงานว่าได้ลบประวัติการทำงานที่ KXVC ออกจาก LinkedIn แล้ว
มีข่าวลือว่าเขาอาจเดินทางออกนอกประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นรูปแบบการหลอกลงทุนที่พบมากขึ้นในโลกคริปโต โดยเฉพาะการใช้ “ดีล Private Allocation” เป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ
สิ่งที่นักเทรดควรระวัง ได้แก่
โดยปกติการลงทุนโทเค็นล่วงหน้ามักจำกัดเฉพาะกองทุนขนาดใหญ่
กองทุนหรือบริษัท VC มักใช้บัญชีบริษัท ไม่ใช่บัญชีบุคคล
ควรตรวจสอบกับโครงการต้นทางโดยตรงทุกครั้ง
นี่เป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญของการหลอกลงทุน
คดีนี้เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แม้แต่บุคคลที่มีประวัติในวงการเทคโนโลยีและการลงทุน ก็สามารถถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงได้
ในโลกของคริปโต ความน่าเชื่อถือของบุคคลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ นักลงทุนจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลทุกดีลอย่างละเอียด โดยเฉพาะดีลที่อ้างว่าเป็น “โอกาสพิเศษที่เข้าถึงได้เฉพาะวงใน”
เพราะในตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาสสูง ก็มีความเสี่ยงสูงซ่อนอยู่เช่นกัน.
ขอบคุณข้อมูลจาก scamurai
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


เรื่องราวของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ของโลกการเงินดิจิทัล โดยเชื่อว่าเขาถือครอง Bitcoin ราว 1 ล้านเหรียญที่ไม่เคยถูกเคลื่อนไหว ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลและสร้างคำถามมากมายเกี่ยวกับตัวตนและอนาคตของสินทรัพย์ดังกล่าว บทความเปรียบเทียบสมบัติลึกลับนี้กับสมบัติในเรื่อง One Piece ที่เต็มไปด้วยความลึกลับและการค้นหา สะท้อนให้เห็นว่าทั้งโลกคริปโตและโลกแห่งจินตนาการต่างมี “สมบัติในตำนาน” ที่ยังรอคำตอบในอนาคต.

ชายวัย 77 ปีในอินเดียสูญเงินเกือบ 72,000 ดอลลาร์ จากการลงทุนในแพลตฟอร์มเทรด Bitcoin ปลอมที่สร้างกำไรหลอกผ่านแดชบอร์ดออนไลน์ มิจฉาชีพใช้โซเชียลมีเดียและ WhatsApp ชักชวนลงทุน พร้อมให้โอนเงินผ่านหลายบัญชีเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน สุดท้ายผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินได้ เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงจากการหลอกลงทุนคริปโต และความสำคัญของการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มก่อนลงทุน.

หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ของอินเดียกำลังสอบสวนคดีหลอกลงทุนออนไลน์มูลค่ากว่า 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มมิจฉาชีพใช้ชื่อ WhatsApp ว่า “e Toro Analytical Team QH963” แอบอ้างเป็นทีมวิเคราะห์การลงทุน ชักชวนผู้เสียหายเข้ากลุ่มและแสดงกำไรปลอมเพื่อกระตุ้นให้โอนเงินเพิ่ม ก่อนปิดกั้นการติดต่อเมื่อผู้ลงทุนพยายามถอนเงิน เหตุการณ์นี้สะท้อนรูปแบบการหลอกลวงยุคใหม่ที่ใช้ชื่อคล้ายแพลตฟอร์มจริงและใช้แอปแชทเป็นเครื่องมือหลัก พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการตรวจสอบสถานะการกำกับดูแลของแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงออนไลน์.

กรณีที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม จับกุมอดีตพนักงานธนาคารในข้อหานำข้อมูลบัตรลูกค้าไปใช้โดยมิชอบ สะท้อนความเสี่ยงจาก “Insider Threat” หรือภัยจากบุคลากรภายในองค์กร ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทางการเงินมูลค่าสูง เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดว่า ความเสี่ยงไม่ได้มาจากความผันผวนของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูลและบัญชีการเงินด้วย การแยกบัญชีใช้งาน เปิดแจ้งเตือนธุรกรรม และตรวจสอบรายการเดินบัญชีสม่ำเสมอ คือแนวทางพื้นฐานในการปกป้องเงินทุนในระยะยาว