บทคัดย่อ:อธิบาย EMA 20 และ 50 ตั้งแต่ความหมาย น้ำหนักของราคา สูตรคำนวณ ตัวอย่างสมมุติ และข้อจำกัดสำคัญ ช่วยให้มือใหม่เห็นว่าเส้นค่าเฉลี่ยนี้จัดระเบียบแนวโน้มอย่างไร ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย

มือใหม่หลายคนเห็นเส้นค่าเฉลี่ย 20 ตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 แล้วรีบคิดว่าเป็นสัญญาณซื้อ แต่เส้นที่เห็นนั้นคือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential Moving Average) หรือเรียกย่อว่า EMA ซึ่งให้ความสำคัญกับราคาปิดล่าสุดมากกว่าราคาเก่า มันไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย และไม่ได้ทำนายอนาคต บทความนี้จะอธิบายว่า EMA คำนวณอย่างไร ต่างจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดาอย่างไร และระบบ EMA 20/50 มักถูกใช้เป็นแผนที่แนวโน้มแบบใด
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (Simple Moving Average) หรือ SMA คือการนำราคาปิดย้อนหลังจำนวนหนึ่งมารวมกันแล้วหารด้วยจำนวนแท่ง เช่น SMA 20 ใช้ราคาปิด 20 แท่งล่าสุดเฉลี่ยเท่ากันทุกแท่ง ไม่ว่าแท่งนั้นเพิ่งปิดหรือปิดไปแล้ว 20 ช่วง
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential Moving Average) หรือ EMA ต่างกันตรงที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่าราคาเก่า ยิ่งแท่งใหม่เท่าไร อิทธิพลต่อค่าเฉลี่ยก็ยิ่งมาก ผลคือ EMA ตอบสนองต่อราคาปัจจุบันเร็วกว่า SMA ที่มีจำนวนช่วงเท่ากัน และ EMA 50 จะช้ากว่า EMA 20 เพราะใช้ข้อมูลมากกว่าและน้ำหนักต่อแท่งใหม่น้อยกว่า
ความต่างของน้ำหนักดูได้จากตัวคูณที่ใช้ในสูตร ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป แต่หลักสำคัญคือ EMA ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายในตัวเอง มันเป็นแค่การเรียบภาพราคาให้เห็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นแล้วชัดขึ้น
สูตรทั่วไปคือ
EMA วันนี้ = (ราคาปิดวันนี้ × k) + (EMA เมื่อวาน × (1 - k))
โดย k = 2/(N+1)
วิธีเริ่มต้นมักใช้ค่า SMA ของ N แท่งแรกเป็นค่า EMA ตัวแรก แล้วนำราคาปิดใหม่มาคำนวณต่อเนื่อง
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมุติเพื่อแสดงการคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่ราคาตลาดจริง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง และไม่ใช่การคาดการณ์ทิศทาง เพื่อให้ตัวเลขไม่ลอยเกินไป เราจะใช้ราคาปิดสมมุติของ EURUSD ที่ 1.1555 ซึ่งเลือกให้ตรงกับราคาอ้างอิงล่าสุดในชุดข้อมูลจำลองนี้ และสมมุติให้ EMA20 เมื่อวานเท่ากับ 1.1500 ส่วน EMA50 เมื่อวานเท่ากับ 1.1480
คำนวณ EMA20 วันนี้: (1.1555 × 0.0952) + (1.1500 × 0.9048) = 1.1505
คำนวณ EMA50 วันนี้: (1.1555 × 0.0392) + (1.1480 × 0.9608) = 1.1483
จากตัวเลขนี้ EMA20 ขยับขึ้น 0.0005 ขณะที่ EMA50 ขยับขึ้น 0.0003 แสดงว่าเส้น 20 ไวต่อราคาใหม่มากกว่าเส้น 50 ตามที่อธิบายไว้

ผลลัพธ์การคำนวณ EMA ในตัวอย่างสมมุติ
เทรดเดอร์บางกลุ่มใช้เส้น EMA 20 กับ 50 ช่วยแยกภาพแนวโน้ม โดยถ้าราคาปิดอยู่เหนือเส้นทั้งสองและ EMA20 อยู่เหนือ EMA50 มักมองเป็นภาพแนวโน้มขาขึ้น ถ้าราคาปิดอยู่ใต้เส้นทั้งสองและ EMA20 อยู่ใต้ EMA50 มักมองเป็นภาพแนวโน้มขาลง แต่คำว่า “มัก” ไม่ใช่กฎตายตัว และไม่ใช่คำสั่งซื้อขาย
สำหรับมือใหม่ เส้น EMA 20/50 ทำหน้าที่คล้ายกระจกที่ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มชัดขึ้น แต่การตัดสินใจยังต้องอาศัยเครื่องมืออื่นและกฎความเสี่ยงที่แต่ละคนตั้งไว้เอง
FXTM
XM
FXCM
DBG MARKETS
AvaTrade
GTCFX
FXTM
XM
FXCM
DBG MARKETS
AvaTrade
GTCFX
FXTM
XM
FXCM
DBG MARKETS
AvaTrade
GTCFX
FXTM
XM
FXCM
DBG MARKETS
AvaTrade
GTCFX