บทคัดย่อ:เจ้าหน้าที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมผู้ต้องหาในคดีหลอกลงทุน “เทรดหุ้นทองคำ” ที่มีผู้เกี่ยวข้องกว่า 50 ราย หลังพบขบวนการใช้โซเชียลมีเดียสร้างแพลตฟอร์มปลอม หลอกให้โอนเงินลงทุน โดยใช้กลยุทธ์จ่ายผลตอบแทนช่วงแรกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ก่อนปิดระบบไม่ให้ถอนเงิน สร้างความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงจากการลงทุนปลอม และเตือนให้นักลงทุนตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ.

ข่าวเกี่ยวกับ การหลอกลงทุนออนไลน์ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีอีกหนึ่งคดีที่นักเทรดควรให้ความสนใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลงทุน “เทรดหุ้นทองคำ” ซึ่งมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องมากถึง 50 ราย
คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพยังคงใช้ รูปแบบการหลอกลงทุนผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาโอกาสทำกำไรจากตลาดการเงิน
เจ้าหน้าที่จาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ดำเนินการจับกุมหญิงรายหนึ่งอายุ 57 ปี ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรี
การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณตลาดสดเคหะบางพลี ในพื้นที่ อำเภอบางเสาธง จังหวัด สมุทรปราการ หลังจากเจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของขบวนการหลอกลงทุนดังกล่าว
ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อกล่าวหาหลายข้อหา ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน หรือที่เรียกกันว่า “บัญชีม้า”
จากการสืบสวนพบว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 เมื่อมีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกหลอกให้ร่วมลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่อ้างว่าเป็นการ “เทรดหุ้นทองคำ”
มิจฉาชีพได้ใช้วิธีสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมของร้านทองชื่อดัง โดยนำโลโก้และภาพลักษณ์ของร้านทองจริงมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นจึงยิงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อชักชวนให้ผู้คนเข้ามาลงทุน โดยอ้างว่าเป็นระบบเทรดทองคำที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงภายในระยะเวลาสั้น ๆ
ในความเป็นจริงแล้ว การลงทุนลักษณะดังกล่าวไม่ได้มีอยู่จริง แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้นักลงทุนโอนเงินเข้าสู่บัญชีของขบวนการเท่านั้น
รูปแบบการหลอกลวงของขบวนการนี้คล้ายกับคดีหลอกลงทุนหลายคดีที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง โดยในช่วงแรกมิจฉาชีพจะจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าระบบสามารถทำกำไรได้จริง
เมื่อผู้ลงทุนเห็นว่าการลงทุนเริ่มได้ผล จึงมักตัดสินใจเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อยอดเงินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก กลับพบว่าไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้อีกต่อไป
สุดท้ายผู้เสียหายจึงพบว่าการลงทุนทั้งหมดเป็นเพียงการหลอกลวง และทำให้เกิดความเสียหายรวมมากกว่า 4 ล้านบาท
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของขบวนการ โดยบัญชีธนาคารของเธอถูกใช้เป็นหนึ่งในบัญชีที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเคยสมัครกู้เงินออนไลน์และส่งข้อมูลบัตรประชาชนพร้อมบัญชีธนาคารไปยังผู้ให้บริการ ก่อนที่จะไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ตกลงไว้
หลังจากนั้นมีหมายเรียกเกี่ยวกับบัญชีม้าส่งไปที่บ้าน ทำให้เธอตัดสินใจหลบหนี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด
สำหรับนักเทรดหรือผู้ที่กำลังศึกษาเรื่องการลงทุนในตลาดการเงิน ข่าวลักษณะนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ามิจฉาชีพมักใช้คำที่เกี่ยวข้องกับการเทรดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการเทรดหุ้น การเทรดทองคำ หรือการเทรดคริปโต
แต่ในความเป็นจริงแล้ว แพลตฟอร์มเหล่านั้นอาจเป็นเพียงเว็บไซต์หรือระบบปลอมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้นักลงทุนโอนเงินเข้าไปเท่านั้น
นักลงทุนจึงควรตรวจสอบข้อมูลของแพลตฟอร์มให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน และไม่ควรเชื่อคำโฆษณาที่รับประกันผลตอบแทนสูงในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะตลาดการเงินจริงไม่มีการลงทุนใดที่สามารถการันตีกำไรได้
ในโลกของการเทรด โอกาสในการทำกำไรมีอยู่จริง แต่โอกาสเหล่านั้นมักมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ หากการลงทุนใดดูดีเกินจริงหรือให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ สิ่งนั้นอาจไม่ใช่โอกาส แต่เป็นกับดักที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นเพื่อหลอกนักลงทุน
ดังนั้นก่อนจะโอนเงินลงทุนกับแพลตฟอร์มใดก็ตาม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นบริษัทที่มีตัวตนจริง มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน และมีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ เพราะการใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการตรวจสอบ อาจช่วยป้องกันไม่ให้คุณตกเป็นเหยื่อของการหลอกลงทุนที่สร้างความเสียหายได้มหาศาล.
ขอบคุณข้อมูลจาก ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


กรณีนักลงทุนในพัทยาสูญเสียสินทรัพย์กว่า 6.5 ล้านบาท หลังบัญชีถูกแฮ็กและถูกนำเงินไปซื้อเหรียญ Taiko ในราคาที่พุ่งผิดปกติ ก่อนราคาจะร่วงลงอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยใน Cryptocurrency Market และเน้นย้ำว่านักเทรดควรใช้มาตรการป้องกัน เช่น 2FA การแยกบัญชีเก็บเหรียญ และการใช้ Hardware Wallet เพื่อปกป้องสินทรัพย์ของตนเอง.

ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ระบุว่าในช่วงวันที่ 1–7 มีนาคม 2569 มีคดีอาชญากรรมออนไลน์ถึง 7,682 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 433 ล้านบาท โดยแม้คดีหลอกขายสินค้าออนไลน์จะมีจำนวนมากที่สุด แต่คดี หลอกให้ลงทุน กลับสร้างความเสียหายสูงสุดกว่า 146 ล้านบาท เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่ามิจฉาชีพกำลังใช้การลงทุน คริปโต และแพลตฟอร์มปลอมเป็นเครื่องมือหลอกลวงมากขึ้น บทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนคือควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม ไม่หลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงเกินจริง หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนเสมอ.

กรณีของ วรวัฒน์ นาคแนวดี ที่กำลังเป็นประเด็นในวงการคริปโตไทย สะท้อนความเสี่ยงจากการลงทุนที่อาศัยความน่าเชื่อถือของบุคคลและภาพลักษณ์ความสำเร็จเป็นหลัก โดยมีนักลงทุนบางส่วนออกมาร้องเรียนความเสียหายจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนที่ขาดการตรวจสอบโปรเจกต์ โมเดลธุรกิจ และความโปร่งใส อาจนำไปสู่ความเสี่ยงสูง ไม่เฉพาะในคริปโตแต่รวมถึงตลาดการเงินอื่น ๆ ด้วย บทเรียนสำคัญคือ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูล ตรวจสอบใบอนุญาต และประเมินความสมเหตุสมผลของผลตอบแทนก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อลดโอกาสตกเป็นเหยื่อของการหลอกลงทุน.

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการคริปโต หลังมีรายงานกล่าวหาว่า กัมปนาท วิมลโนท อดีตผู้บริหารกองทุน Web3 เกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนผ่านดีลโทเค็นล่วงหน้าในโครงการบล็อกเชนชื่อดัง โดยใช้เอกสารและข้อมูลที่ถูกกล่าวว่าเป็นของปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ปัจจุบันมีผู้เสียหายอย่างน้อย 24 รายจากหลายประเทศ ความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นถึงมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงของดีลคริปโตแบบ Private Allocation และตอกย้ำความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลกับโครงการต้นทางก่อนตัดสินใจลงทุน.
FXCM
IC Markets Global
TICKMILL
FOREX.com
AVATRADE
FXTM
FXCM
IC Markets Global
TICKMILL
FOREX.com
AVATRADE
FXTM
FXCM
IC Markets Global
TICKMILL
FOREX.com
AVATRADE
FXTM
FXCM
IC Markets Global
TICKMILL
FOREX.com
AVATRADE
FXTM