บทคัดย่อ:บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันศุกร์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมรายสัปดาห์ ทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม สะท้อนแรงหนุนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง
ราคาทองคำ Spot ปรับลดลงราว 0.4% มาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,744 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้า (Futures) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลงประมาณ 1% มาอยู่ใกล้ระดับ 4,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้จะย่อตัวในระยะสั้น แต่ภาพรวมยังมีโอกาสปิดสัปดาห์ในแดนบวกประมาณ 1.5%
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ยังคงพยุงราคาทองคำ คือสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเกิดขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง และมีสัญญาณความไม่สงบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในบางพื้นที่
อีกจุดที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดในการใช้งาน ส่งผลต่อความกังวลด้านอุปทานพลังงานและกดดันภาพรวมเศรษฐกิจโลก
ความไม่แน่นอนเหล่านี้ยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนทองคำในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” แม้ว่าราคาจะมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นเข้ามาเป็นระยะ
ราคาน้ำมันที่เคยพุ่งขึ้นใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนหน้านี้ ได้สร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก แม้ล่าสุดจะเริ่มย่อตัวลงบ้าง แต่ระดับราคาที่ยังสูงอยู่ ทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง
สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อแนวโน้มนโยบายของ ธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาด หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย
สำหรับนักเทรด นี่คือจุดสำคัญ เพราะ “ดอกเบี้ยสูง” มักเป็นปัจจัยกดดันทองคำในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผล
อีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญในสัปดาห์นี้คือการอ่อนค่าของ US Dollar Index แม้จะมีการรีบาวด์เล็กน้อยในวันล่าสุด แต่โดยรวมยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงมากกว่า 1% ในรอบสัปดาห์
การอ่อนค่าของดอลลาร์ทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความต้องการเพิ่มขึ้น และช่วยหนุนราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา
สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ คือการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป
นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้น โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจกดดันทองคำในระยะสั้นจากมุมมองดอกเบี้ยที่ยังสูง แต่หากต่ำกว่าคาด ทองคำมีโอกาสกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง
ในฝั่งโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาเงินเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัวบริเวณ 75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลตินัมปรับตัวลดลงประมาณ 1.8% สะท้อนแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงบางส่วน
มุมมองสำหรับนักเทรด
ภาพรวมตลาดทองคำตอนนี้อยู่ในจุด “ชั่งน้ำหนัก” ระหว่างแรงหนุนจากความเสี่ยงโลก กับแรงกดดันจากนโยบายการเงิน
นักเทรดควรจับตา 3 ปัจจัยหลักอย่างใกล้ชิด ได้แก่
ในระยะสั้น ทองคำยังมีโอกาสแกว่งตัวสูง (Volatility สูง) ดังนั้นการวางแผนเทรดและบริหารความเสี่ยงยังคงเป็นหัวใจสำคัญ
เพราะในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข่าวแบบนี้ “จังหวะ” สำคัญพอ ๆ กับ “ทิศทาง”
ขอบคุณข้อมูลจาก Investing Thailand
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


บทความนี้อธิบายการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ที่หลุดระดับจิตวิทยา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาทองคำ Gold ปรับตัวลดลงตาม จากการคลี่คลายของความกังวลด้านอุปทานพลังงาน ซึ่งทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง เนื้อหาชี้ให้เห็นถึงกลไกเดียวกันที่เชื่อมโยงทั้งสองตลาด พร้อมผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต้นทุนนำเข้าและราคาทองคำในประเทศ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางต่อไปยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของอุปทานและข้อมูลการส่งออกน้ำมันในระยะสั้น

บทความนี้สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยชี้ให้เห็นว่า ทองคำ ยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่เพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ สุดท้ายเน้นว่าทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดการเงินโลกผันผวน โดย Gold ปรับตัวลดลง ขณะที่ Crude Oil ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเปลี่ยนโฟกัสของตลาดจากความเสี่ยงสู่ประเด็นเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความกังวลด้านอุปทาน ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าก็ยิ่งซ้ำเติมแรงขายในตลาดทอง บทเรียนสำคัญสำหรับนักเทรดคือ การเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยมหภาค เช่น สงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดโดยรวม และช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะที่ไม่แน่นอน

แนวคิดของ Saifedean Ammous ตั้งคำถามต่อระบบ Fiat Money โดยเปรียบเทียบกับ Gold Standard ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านความมั่นคงของมูลค่า แต่มีข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ในขณะที่เงินเฟียตช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินและสภาพคล่อง แต่ก็อาจก่อให้เกิดเงินเฟ้อ การบิดเบือนมูลค่า และความไม่สมดุลในระยะยาว ตรงกันข้าม ระบบทองคำอาจสร้างเสถียรภาพและลดฟองสบู่ แต่ก็อาจทำให้ตลาดเติบโตช้าลงและลดความผันผวน สำหรับนักเทรด ประเด็นสำคัญไม่ใช่การเลือกระบบที่ดีที่สุด แต่คือการเข้าใจโครงสร้างของระบบการเงินที่ใช้อยู่ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพตลาด และเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดและทำกำไรในระยะยาว
D prime
VT Markets
GO Markets
FOREX.com
GTCFX
FXTM
D prime
VT Markets
GO Markets
FOREX.com
GTCFX
FXTM
D prime
VT Markets
GO Markets
FOREX.com
GTCFX
FXTM
D prime
VT Markets
GO Markets
FOREX.com
GTCFX
FXTM