บทคัดย่อ:ภาวุธ พงษ์วิทยภานุเข้าพบ DSI พร้อมหลักฐานเพื่อชี้แจงคดี Forex โดยยืนยันว่าเป็นเพียงนักเทรด ไม่ใช่ผู้ร้าย และไม่เคยชักชวนใครลงทุน ขณะที่คดีสะท้อนความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม Forex ที่ไม่มีใบอนุญาตในไทย

คดี Forex ที่ DSI กำลังตรวจสอบยังไม่จางจากความสนใจของตลาด หลัง Ch7 รายงานว่า “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.35 น. ตามหมายเรียกในคดี Forex
ภาวุธเดินทางพร้อมหลักฐานเพื่อชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมยืนยันกับสื่อว่าเป็นเพียงนักเทรด ไม่ใช่ผู้ร้าย และไม่เคยชักชวนใครให้ลงทุน
คำชี้แจงนี้ทำให้คดีถูกจับตามากขึ้น เพราะประเด็น Forex ในไทยไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุนส่วนตัว แต่เชื่อมกับการสอบสวนเครือข่ายโบรกเกอร์ ผู้แนะนำการลงทุน และเส้นทางรับส่งเงินที่หน่วยงานรัฐกำลังตรวจสอบ
ตามรายงานของ Ch7 ภาวุธระบุว่าเขานำข้อมูลและหลักฐานมาให้พนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยยังย้ำว่าไม่ได้เป็นคนชักชวนลงทุน
ก่อนหน้านี้ THE STANDARD รายงานว่า ภาวุธเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา และมีประเด็นต้องชี้แจงเกี่ยวกับเส้นทางเงิน 28 ล้านบาท ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าเกี่ยวข้องกับการเทรดของตนเอง และสุดท้ายขาดทุนจากการลงทุนดังกล่าว
ในเชิงคดี จุดสำคัญจึงอยู่ที่เอกสาร หลักฐานการโอนเงิน และบทบาทที่แท้จริงของแต่ละฝ่าย ไม่ใช่เพียงคำให้สัมภาษณ์หน้ากล้อง
ประกาศของ DSI เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ระบุให้ผู้เสียหายจากโบรกเกอร์ FOREX QRS Global, HFM, GOFX, Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์หรือ IB ติดต่อกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
ประกาศเดียวกันยังกล่าวถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด
นี่ทำให้ภาพของคดี Forex กว้างกว่าการเทรดรายบุคคล เพราะเจ้าหน้าที่ต้องดูทั้งแพลตฟอร์ม คนชักชวน ช่องทางรับเงิน และระบบชำระเงินที่อาจถูกใช้ในธุรกรรมต้องสงสัย
ธนาคารแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ว่าไม่มีนโยบายให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ FOREX เพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
ธปท. ระบุว่าการประกอบธุรกิจ FOREX รวมถึงการรับส่งเงินเพื่อชำระธุรกรรม FOREX ทั้งในและต่างประเทศ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
และหากมีการโฆษณาหรือชักชวนประชาชนให้เทรด FOREX เพื่อเก็งกำไร ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
สำหรับนักลงทุนไทย ข้อมูลนี้สำคัญมาก เพราะหลายคนยังเข้าใจผิดว่าแอปหรือแพลตฟอร์ม Forex ที่เปิดบัญชีง่าย เทรดง่าย หรือมีคนดังพูดถึง แปลว่าถูกกฎหมายในไทยโดยอัตโนมัติ
กรณีภาวุธสะท้อนปัญหาใหญ่ของตลาด Forex ไทย นั่นคือเส้นแบ่งระหว่าง “เทรดเอง” กับ “เกี่ยวข้องกับเครือข่ายชักชวน” อาจดูคลุมเครือในสายตาประชาชน แต่ในทางสอบสวนต้องแยกให้ชัดจากหลักฐาน
หากเป็นการเทรดส่วนตัว หลักฐานควรแสดงที่มาและปลายทางของเงินได้ชัดเจน แต่หากมีเงินจากบุคคลอื่น มีคอมมิชชันจากการแนะนำ หรือมีการรับส่งเงินผ่านระบบที่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย ประเด็นทางคดีก็จะซับซ้อนขึ้นทันที
นี่คือเหตุผลที่ DSI ต้องเรียกพยานและผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ใช่เพื่อฟังคำอธิบายอย่างเดียว แต่เพื่อประกอบเส้นทางธุรกรรมให้ครบ
คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ ภาวุธยังยืนยันว่าไม่ได้ชักชวนใครลงทุน และสถานะตามรายงานหลักคือเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน
แต่สำหรับคนทั่วไป บทเรียนชัดเจนกว่านั้นมาก หากมีใครชวนเทรด Forex รับประกันกำไร อ้างว่ามีทีมเทรดมืออาชีพ หรือให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลและนิติบุคคลที่ตรวจสอบยาก นักลงทุนควรหยุดทันที
ตลาด Forex มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อไม่มีใบอนุญาตในไทยและมีเครือข่ายคนชักชวนเข้ามาเกี่ยวข้อง ความเสี่ยงไม่ใช่แค่ขาดทุนจากราคา แต่รวมถึงความเสี่ยงถูกหลอกและติดอยู่ในคดีที่ซับซ้อน
คำว่า “ผมไม่ใช่ผู้ร้าย” อาจเป็นประโยคที่ทำให้ข่าวนี้ถูกพูดถึง แต่คำถามสำคัญของนักลงทุนคือ แพลตฟอร์มที่เราฝากเงินอยู่นั้นถูกตรวจสอบได้จริงหรือไม่
TMGM
XM
eightcap
D prime
GTCFX
FXCM
TMGM
XM
eightcap
D prime
GTCFX
FXCM
TMGM
XM
eightcap
D prime
GTCFX
FXCM
TMGM
XM
eightcap
D prime
GTCFX
FXCM