บทคัดย่อ:คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกง (SFC) ออกมาตรการใหม่ให้โบรกเกอร์ออนไลน์และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต ยกระดับความปลอดภัยของบัญชีลูกค้า โดยทยอยยกเลิกการใช้ OTP สำหรับการเข้าสู่ระบบ และเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยกว่า เช่น Passkey และ Device Binding ภายใน 12 เดือน พร้อมกำหนดให้มีระบบตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ แจ้งเตือนธุรกรรมสำคัญ และแผนรับมือเหตุการณ์บัญชีถูกแฮ็ก นอกจากนี้ SFC ยังย้ำว่าผู้บริหารอาจต้องรับผิดชอบหากมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ มาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของการป้องกันภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่นักเทรดควรเสริมความปลอดภัยของตนเองด้วยการตรวจสอบ URL ก่อนเข้าสู่ระบบ ไม่เปิดเผยข้อมูลบัญชี และเลือกใช้วิธียืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อมีให้บริการ.

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าบัญชีของนักลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหลอกขโมยข้อมูลผ่าน Phishing ที่ยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญของวงการการเงินทั่วโลก
ล่าสุด คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกง (SFC) ได้ออกมาตรการใหม่ สั่งให้โบรกเกอร์ออนไลน์และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์เสมือน (VATP) ที่ได้รับใบอนุญาต ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยของบัญชีลูกค้า เพื่อรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
แอดเหยี่ยวมองว่า แม้ข่าวนี้จะเกิดขึ้นในฮ่องกง แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่นักเทรดทั่วโลกควรติดตาม เพราะสะท้อนให้เห็นว่า “ความปลอดภัยของบัญชี” กำลังกลายเป็นเรื่องที่หน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญไม่แพ้การกำกับดูแลด้านการลงทุน
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา SFC ได้ออกหนังสือเวียนกำหนดให้ผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ทยอยยกเลิกการใช้ One-Time Password (OTP) สำหรับการเข้าสู่ระบบบัญชีและการผูกอุปกรณ์
พร้อมแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ระบบยืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยมากกว่า เช่น
SFC ระบุว่า ผู้ประกอบการทั้งหมดควรดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ออกหนังสือเวียน ขณะที่โบรกเกอร์ออนไลน์รายใหญ่ถูกคาดหวังให้นำมาตรการเหล่านี้มาใช้งานโดยเร็วที่สุด
ไม่ใช่แค่เปลี่ยนระบบล็อกอิน แต่ต้องยกระดับการป้องกันทั้งบัญชี
นอกจากการเปลี่ยนวิธีการยืนยันตัวตนแล้ว SFC ยังได้กำหนดแนวทางเพิ่มเติมที่ผู้ให้บริการควรดำเนินการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักลงทุน ได้แก่
แนวทางเหล่านี้สะท้อนว่า การป้องกันความเสียหายไม่ได้เริ่มต้นหลังเกิดเหตุ แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การลดโอกาสที่ผู้ไม่หวังดีจะเข้าถึงบัญชีของลูกค้าได้
ผู้บริหารโบรกเกอร์อาจต้องรับผิด หากระบบรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือ SFC ได้ย้ำไปถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตว่า
การดูแลความปลอดภัยของบัญชีและทรัพย์สินลูกค้า ถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บริหาร
หากเกิดความเสียหายจากการที่บริษัทมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ไม่เพียงพอ บริษัทอาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกค้า
ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า หน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้มองเรื่อง Cybersecurity เป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจการเงิน
ข้อมูลจากศูนย์ประสานงานทีมรับมือเหตุฉุกเฉินทางคอมพิวเตอร์ของฮ่องกง ระบุว่า
ในปี 2025 การโจมตีแบบ Phishing คิดเป็นถึง 57% ของเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทั้งหมด ที่มีการรายงาน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การหลอกขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบยังคงเป็นวิธีที่อาชญากรไซเบอร์นิยมใช้มากที่สุด และสามารถสร้างความเสียหายต่อทั้งนักลงทุนและผู้ให้บริการได้อย่างมหาศาล
ก่อนหน้านี้ SFC ก็เคยออกคำแนะนำตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025 ให้ผู้ประกอบการเริ่มพิจารณาเปลี่ยนจากระบบ OTP ไปใช้รูปแบบการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยกว่า และล่าสุดได้ยกระดับจาก “คำแนะนำ” มาเป็นมาตรการที่ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการ
แม้การยกระดับมาตรการของ SFC จะเป็นหน้าที่ของโบรกเกอร์ แต่ในมุมของนักเทรดเอง ก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องความปลอดภัยของบัญชี
แอดเหยี่ยวมองว่า ทุกวันนี้มิจฉาชีพไม่ได้พยายามเจาะระบบของโบรกเกอร์เพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งเลือกโจมตี “ผู้ใช้งาน” โดยตรง ผ่านการส่งลิงก์ปลอม เว็บไซต์ปลอม อีเมลปลอม หรือข้อความที่หลอกให้กรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ
ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้บริการโบรกเกอร์รายใด นักเทรดควรตรวจสอบ URL ทุกครั้งก่อนเข้าสู่ระบบ ไม่เปิดลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการเปิดเผยรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันให้ผู้อื่น และหากแพลตฟอร์มรองรับการยืนยันตัวตนรูปแบบใหม่ที่มีความปลอดภัยสูงกว่า ก็ควรพิจารณาเปิดใช้งานทันที
ท้ายที่สุดแล้ว การบริหารความเสี่ยงของนักเทรด ไม่ได้มีแค่เรื่องการวาง Stop Loss หรือการจัดการพอร์ตลงทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปกป้องบัญชีของตัวเองจากภัยไซเบอร์ที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง เพราะต่อให้มีระบบเทรดที่ดีเพียงใด หากบัญชีถูกเข้าถึงโดยผู้ไม่หวังดี ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็อาจมากกว่าการขาดทุนจากตลาดเสียอีก
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

vantage
EC markets
FXTM
Exness
pepperstone
FXCM
vantage
EC markets
FXTM
Exness
pepperstone
FXCM
vantage
EC markets
FXTM
Exness
pepperstone
FXCM
vantage
EC markets
FXTM
Exness
pepperstone
FXCM